บุกจับวงพนันไฮโล ลักลอบเล่นในอาคารใกล้กับตลาดวงศกร เขตสายไหม

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 29 ก.ย. พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม พร้อมด้วย พ.ต.ท.นริศ ปรารถนาพร รอง ผกก.สส.สน.สายไหม พ.ต.ท.จตุรพิทย์ จันทร์อุไร สว.สส.สน.สายไหม รท.นพดล บู๊เตียว หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ร้อย รส.ที่ 1 ร.2 พัน 1 รอ. และกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.สายไหม กว่า 20 นาย ก่อนกันปิดล้อมตรวจค้นอาคารพาณิชย์ไม่มีเลขที่สูง 3 ชั้นภายในตลาดวงศกร แขวงเขตสายไหม กรุงเทพฯ หลังได้รับรายงานว่ามีการลักลอบเล่นการพนัน

พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ( 29 ก.ย. ) ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.สายไหม ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารจาก ร้อย รส.ที่ 1 ร.2 พัน 1 รอ. ปิดล้อมจับกุมนักพนันที่ลักลอบเล่นการพนันไฮโล อยู่บริเวณชั้นล่างอาคารพาณิชย์ไม่มีเลขที่ ข้างธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดวงศกร จากการเข้าตรวจค้นพบนักพนันจำนวน 52 คน แบ่งเป็นชาย 30 คน หญิง 22 คน กำลังเล่นพนันไฮโลอยู่ เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้หยุดกิจกรรมทั้งหมดและให้อยู่ในความสงบ และสามารถตรวจยึดของกลางประกอบด้วย โต๊ะ

ไฮโล 1 ตัว อุปกรณ์ 1 ชุด เงินสดประมาณ 2 หมื่นบาท ซึ่งทางฝ่ายสืบสวนมีการติดตามกลุ่มนักพนันกลุ่มนี้มาโดยตลอด เมื่อได้ข้อมูลว่าจะมีการมาเปิดให้เล่นพนันบริเวณตึกดังกล่าว จึงได้ประสานกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกันปฏิบัติ โดยใช้อำนาจของทางเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจค้นก่อนขณะที่ฝ่ายสืบสวนปิดล้อมโดยลอบ จนสามารถจับกุมตัวนักพนันได้ดังกล่าว

จากการสอบสวนเบื้องต้นมีนายณรงค์ สาธิตคุณ อายุ 44 ปี รับเป็นเจ้าบ้านและเจ้ามือ เปิดเผยว่าตนเพิ่งจะมาเปิดให้เล่นพนันไฮโลเป็นวันแรก ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่มาเล่นจะเป็นแม่ค้าในตลาดวงศกร อีกส่วนเป็นลูกค้าเก่าที่เล่นกันเป็นประจำ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันเล่นการพนันไฮโล พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต กับนักพนันทั้ง 52 ราย ส่วนนายณรงค์ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาจัดให้มีการพนันไฮโล พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่องชุดประจำชาติเวียดนาม ประกวด Miss Universe 2016 กะมาฆ่านางามทุกเวที

ส่องชุดประจำชาติเวียดนาม ในการประกวด Miss Universe 2016 จัดเต็มภูมิปัญญาท้องถิ่นขนาดนี้ กะฆ่านางงามเวทีอื่นตายเรียบ

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับการประกวด Miss Universe 2016 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยรอบตัดสินจะขึ้นวันที่ 30 มกราคม 2560 และสำหรับไฮไลท์ที่หลาย ๆ คนตั้งหน้าตั้งตารอติดตามชมก็คือ ชุดประชาติ ที่บรรดาเหล่าสาวงามจากประเทศต่าง ๆ จะสวมใส่มาขึ้นเวทีประกวด อยากจะยลโฉมว่าปีนี้แต่ละประเทศจะมาหรูหราอลังการแค่ไหน

ล่าสุด (วันที่ 21 มกราคม 2560) ทางเฟซบุ๊กเพจ หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ได้แชร์ภาพชุดประชาติเวียดนามมาให้ได้ชมกัน โดยจะเห็นว่า ไดบรรเจิดไอเดียสุดสร้างสรรค์ นำพวกอุปกรณ์ไม้สานประเภทต่าง ๆ ตามวิถีชีวิตพื้นบ้านมาประยุกต์ทำเป็นชุด เรียกได้ว่าสื่อถึงความ

เป็นภูมิปัญญาอย่างสุด ๆ จัดเต็มมาขนาดนี้ ตั้งใจจะมาฆ่านางงามประเทศอื่น ๆ เลยทีเดียว
ขณะที่ด้านชาวเน็ตไทยที่ได้เห็นชุดประจำชาติของมิสเวียดนามแล้ว ก็ต่างพากันนึกถึงน้องม๊าเดี่ยว เน็ตไอดอลที่รียกตัวเองว่า กะเทยภูธร ดีไซเนอร์บ้านนา ที่หยิบของตามท้องถิ่นมาออกแบบเป็นเป็นชุดแฟชั่นจนทั่วโลกตะลึงมาแล้ว

สาวซิ่งรถเก๋งชนควายใกล้คลอด ตายทั้งกลม อ้างเหตุผลพระอาทิตย์แยงตา

เกิดเหตุสาวขับรถชนฝูงควาย 4 ตัวที่บึงกาฬ แม่ควายท้องแก่ใกล้คลอดโดนชนตายคาที่ ส่วนคนขับปลอดภัย เจ้าตัวกล่าว มองไม่เห็นฝูงควายเพราะแสงอาทิตย์แยงตา

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 มีการรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เหล่าหลวง จ. บึงกาฬ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนท้ายหมู่บ้านท่าสีไค-โนนสมบูรณ์ ซึ่งรถเก๋งชนควายท้องแก่ตาย เมื่อได้รับแจ้งดังนั้น ร.ต.อ.สายันห์ คำภูเวียง รองสว.ฝ่ายสอบสวนจึงได้รุดไปดูยังที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสีขาว ยี่ห้อฟอร์ด ป้ายทะเบียน กพ 684 อุดรธานี จอดอยู่บนถนน สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ห่างจากตัวรถไม่ไกลนัก มีควายท้องแก่ตัวหนึ่งนอนตายอยู่กลางถนน

นางราตรี กลงกลาง วัย 60 ปี ผู้เป็นเจ้าของแม่ควายที่ตาย เล่าว่า ตนกำลังจะต้อนควาย 18 ตัวเข้าคอกในหมู่บ้าน อยู่ดี ๆ ก็มีรถเก๋งวิ่งเข้ามาแล้วชนควายของตัวเองไป 4 ตัว จนทำให้แม่ควายใกล้คลอดตาย

น.ส.จันทร์จิรา มาตย์เมือง วัย 24 ปี ผู้ขับรถเก๋งคันเกิดเหตุยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบถามทราบว่าคนขับมีภูมิลำเนาอยู่ที่ บ้านเลขที่ 81 หมู่ 1 บ้านท่าสีไค ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถออกมาจากบ้าน เพื่อเดินทางไปทำธุระ เมื่อมาถึงท้าย

หมู่บ้าน ตนเห็นฝูงควาย แต่มองได้ไม่ชัดเจน เนื่องจากแสงอาทิตย์ส่องเข้ามาในตัวรถ ทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นไม่ชัดเจน จึงทำให้ขับรถชนควายไป 4 ตัว โดยแม่ควายท้องแก่ถูกชนเข้าอย่างจังและทนพิษบาดแผลไม่ไหว ตายคาที่

ภาพ “สาวเปลือกอก” ในบ่อนไฮโลว่อนเน็ต-ตร.เร่งตรวจสอบต้นตอ

วันที่ 19 ม.ค. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” รายงานว่า กำลังเกิดกรณีเป็นที่ฮือฮาในวงการพนัน และผู้รักษากฎหมาย หลังจากที่มีการฟอร์เวิร์ดภาพหญิงสาวเปลือยอก ทำหน้าที่เขย่าลูกเต๋าให้นักพนันแทงไฮโลในบ่อนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีข้อความกฎกติกาการแทงพนันเป็นภาษาไทย เงินสดบนโต๊ะเป็นธนบัตรไทย เชื่อว่าเป็นการเล่นพนันในบ่อนในเมืองไทยอย่างแน่นอน หากตรวจสอบพบการกระทำผิดว่าเกิดในท้องที่ใด เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของท้องที่อาจจะต้องมีความผิดฐานบกพร่องต่อหน้าที่ปล่อยปละละเลยหรือมีผลประโยชน์กับบ่อนพนันแห่งนี้ได้

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รรท.รอง ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าตำรวจจับกุมบ่อนพนันบาคาล่าออนไลน์จำนวน 2 จุด ที่หมู่บ้านสินทวีการ์เด้น บ้านเลขที่ 2/54 และหมู่บ้านบ้านใหม่ บ้านเลขที่ 111/18 ซอยอนามัยงามเจริญ18 ถนนพระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน ที่เกิดเหตุเป็นทาวเฮ้าส์ 2 ชั้น ภายในเปิดเป็นสถานที่รับแทงพนัน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก

เมื่อเย็นวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมาว่า เบื้องต้นสืบทราบพบว่ามีการลักลอบเล่น 6 จุด เมื่อวานนี้จับได้ 2 จุด โดยอีก 4 จุดที่เหลือต้องสืบสวนจับกุมต่อไป แต่เชื่อว่าน่าจะปิดหมดแล้ว แต่ได้กำชับให้ตำรวจสืบสวนหาข่าวและจับกุมต่อไป สำหรับรายนี้ยังไม่จบแค่นี้ เพาะมีผู้มาเล่นเยอะ ต้องสืบสวนหาข่าว และหากใครมาเล่นและมีหลักฐานก็จะแจ้งข้อหาลักลอบเล่นการพนันต่อไป เบื้องต้นมีหลายร้อยคนตามหลักฐานที่ปรากฏและขยายผลในส่วนของลูกจ้าง ผู้มาเช่าตึก รวมถึงเจ้าของที่ชื่อ นายใช้ คือใคร เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ต่อมา ผู้สื่อข่าวนำภาพสาวเปลือยอกในบ่อนการพนันดังกล่าวให้พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ตรวจสอบ จากนั้นพล.ต.ต.พิสิฏฐ์ กล่าวว่า ภาพดังกล่าวยังไม่ทราบเป็นของจริงหรือปลอม แต่หากเป็นจริงถือเป็นการพัฒนา โดยมีอบายมุข การพนันนำสาวๆ มาล่อล้วนเป็นสิ่งไม่ดี ซึ่งต้องทำการตรวจสอบหาภาพว่าอยู่ที่ไหน โดยหากเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ ก็ต้องพิจารณาลงโทษอย่างเด็ดขาด เพราะพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กำชับในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด

ด้านพล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รอง ผบช.น. ดูแลงานป้องกันปราบปราม เผยหลังดูภาพดังกล่าวว่า เท่าที่ดูจากภาพหากเป็นความจริง ซึ่งการพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมายอยู่แล้ว ยิ่งมีผู้หญิงเข้าไปในลักษณะโป๊เปลือย ไม่ว่าจูงใจหรืออื่นๆถือว่าเป็นความผิดเข้าไปอีก เพราะภาพที่เผยแพร่ถือว่าไม่เหมาะสม ดูแล้วทั้งตัวหนังสือและอื่นๆเชื่อว่าเป็นในเมืองไทย โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบอยู่ว่าเป็นที่ใดกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด แต่หากอยู่ในกรุงเทพฯ คงปล่อยไม่ได้ แม้ไม่มีหญิงเปลือยแต่ลักลอบเล่นการพนันก็คงไม่ปล่อยเอาไว้ โดยจะให้ตำรวจตรวจสอบในส่วนที่กระทำผิดกฎหมาย ขณะนี้สั่งการให้ทุก สน.ใน บช.น.ตรวจสอบว่าภาพที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ใด

ชูวิทย์ โพสต์ FB แฉบ่อนพนันกลางกรุงฯ เหิมเกริมแอบอ้างเบื้องสูง

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ Facebook แฉบ่อนพนันกลางกรุงฯ เหิมเกริมแอบอ้างเบื้องสูง เตือนไอ้พวกชอบแอบอ้างระวังตัวไว้ให้ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I’m No.5 ระบุว่า บ่อนพระราม 9 หรือ บ่อนโคลอนเซ่ ที่ตั้งอยู่ในอาบอบนวดโคลอนเซ่ ถนนพระราม 9 บังอาจแอบอ้างเบื้องสูง จนทำให้ไม่มีใครกล้าไปยุ่ง แต่ตนรู้ว่าเรื่องที่มีการแอบอ้างนั้นไม่จริง จึงอยากขอเตือนไอ้พวกชอบแอบอ้างระวังตัวไว้ให้ดี

สำหรับข้อความในเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I’m No.5 มีรายละเอียด ดังนี้

บังอาจแอบอ้างเบื้องสูง

บ่อนพระราม 9 หรือ บ่อนโคลอนเซ่ ที่ตั้งอยู่ในอาบอบนวดโคลอนเซ่ ถนนพระราม 9 เคยเป็นบ่อนใหญ่ในอดีต เปิดอยู่เกือบปี มีเงินสะพัดหมุนเวียนเกือบหมื่นล้าน

อำนาจของเงินบันดาลได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เห็นกงจักรเป็นดอกบัว บังอาจแอบอ้างเบื้องสูง ทำให้ไม่มีใครกล้าไปยุ่ง จนเหิมเกริมคิดการใหญ่ขยายกิจการเพราะที่เก่าคับแคบ ไปเปิดอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก เรียกว่า “บ่อนรัชดา” ผมเป็นผู้นำไปอภิปรายในสภา ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยที่ใหม่เปิดได้ยี่สิบกว่าวัน ประจวบเหมาะกับผมเพิ่งเป็น ส.ส. จึงส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวแอบถ่ายเป็นคลิปออกมาเปิดเผย

เพราะผมไม่เชื่อ จึงกล้านำมาพูด หากผมเชื่อ คงจะเงียบเหมือนคนอื่น ๆ

“แก็งกิ๊ก-โก” มั่นใจในการแอบอ้างว่าไม่มีใครกล้าแตะต้อง เขารู้กันทั้งวงการแต่ไม่มีใครกล้ายุ่ง แม้แต่คนขายล็อตเตอรี่หน้าบ่อนยังรู้ว่าอ้างใคร? แต่คนบ้าอย่างผมเชื่อว่าไม่จริง จึงขอลองของเสียหน่อย

ผมชกลมอยู่หลายปี ท้ายสุด สวรรค์มีตา เทวดาไม่ตกสำรวจ ความจริงปรากฏ แต่ขอบอกว่าไม่ใช่มีเท่านี้ ข้อมูลของผมยังเก็บงำเป็นปริศนาที่รอการสานต่อ ให้รู้เสียบ้างบ้านเมืองนี้ใครคุ้มครอง และอยู่ได้เพราะใคร

“กิเลนผยอง” ชน “แชมป์เจลีก” แบ่งกลุ่ม “เอเอฟซี ชปล. 2017”

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรแชมป์ไทยลีก ถูกจับให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับ คาชิมา แอทส์เลอร์ แชมป์จากเจลีก ญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบ การแข่งขันในเรื่องของเงินรางวัล และเงินสนับสนุนทีม

ผลการจับสลากการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2017 รอบแบ่งกลุ่ม สายตะวันออก
กลุ่มอี – คาชิมา แอทส์เลอร์ (ญี่ปุ่น), เมืองทอง ยูไนเต็ด (ไทย) ผู้ชนะเพลย์ออฟ 3 (จีน/ออสเตรเลีย/สิงคโปร์/ฟิลิปปินส์) ,ผู้ชนะ

เพลย์ออฟ 1 (เกาหลีใต้/ฮ่องกง/เวียดนาม)
กลุ่มเอฟ – เอฟซี โซล (เกาหลีใต้), ทีมลำดับ 2 ญี่ปุ่น, เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอร์เรอร์ส (ออสเตรเลีย), ผู้ชนะเพลย์ออฟ 3 (จีน/ไทย/เมียนมา)

กลุ่มจี – กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ (จีน)ซูวอน บลูวิงส์ (เกาหลีใต้), ทีมลำดับ 3 ญี่ปุ่น, อีสเทิร์น เอสซี (ฮ่องกง)
กลุ่มเอช – อเดเลด ยูไนเต็ด (ออสเตรเลีย)เจียงซู เอฟซี (จีน), ชนบุค มอเตอร์ส (เกาหลีใต้), ผู้ชนะเพลย์ออฟ 2 (ญี่ปุ่น/ไทย/มาเลเซีย)

โดยระเบียบการแข่งขันดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

1.การลงทะเบียนรายชื่อนักเตะจะต้องลงทะเบียนก่อนวันที่ที่ต้องแข่งขันอย่างน้อย 15 วัน โดยเริ่มตั้งแต่รอบเพลย์ออฟ รอบแรกเป็นต้นไป จากเดิม 23 วัน

2. การลงทะเบียนเจ้าหน้าที่สโมสร จากเดิม 15 คน ปรับเป็น 20 คน ในฤดูกาล 2017

3.ในการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2017 ทีมเยือนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ในการเดินทางด้วยตัวเอง และรับผิดชอบด้วยตัวเองทั้งหมด (จากที่ปกติทีมเจ้าบ้านจะรับผิดชอบเลือกและจ่ายค่าที่พักให้แก่ทีมเยือน)

4. ทีมเจ้าบ้านจำเป็นต้องแบ่งตั๋วเข้าชมในโซน VVIP ให้แก่ทีมเยือนจากเดิม 1 ใบ เป็น 2 ใบ

คลีตันเหมา! “กิเลนผยอง” รัวแซง “ลาวออลสตาร์” 2-1 อาเซียนทัวร์

เปิดเกมมาแค่เพียง 9 นาที “ลาว ออลสตาร์” เจ้าบ้านได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ พุดดาวี พบมะสอน ได้บอลกลางสนามระยะเกือบ 30 หลา ก่อนตัดสินใจซัดเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสุดสวย

นาทีที่ 28 ทีมเยือนได้ลุ้นจากลูกฟรีคิกริมเส้น ธีราทร บุญมาทัน กึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้าประตู บอลพุ่งข้ามคานออกหลังไปชนิดได้ลุ้น

นาทีที่ 39 หลังพับสนามบุกอยู่นาน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะต่อบอล ชนาธิป สรงกระสินธ์ พาบอลขึ้นมาก่อนไหลต่อให้ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา เลี้ยงตัดเข้าในแล้วจ่ายให้ คลีตัน ซิลวา พลิกตัวยิงเสียบเสาเข้าไปเด็ดขาด จบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 50 “กิเลนผยอง” น่าจะได้ประตูแซงนำ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จ่ายบอลเข้าเขตโทษ คลีตัน ซิลวา ข้ามหลอกบอลเลยไปถึง มงคล ทศไกร ได้ยิงแต่โดนไม่ดีบอลเบาไปเข้ามือ แสงพะจัน บุนทิสาน นายทวารเจ้าถิ่น

นาทีที่ 56 สโมสรแชมป์ไทยลีก ยังทำเกมได้เหนือกว่า ชนาธิป สรงกระสินธ์ จ่ายบอลตัดแนวรับให้ พิทักษ์พงศ์ กุลสุวรรณ หลุดขึ้นไปทางขวาก่อนเปิดไปหน้าประตู คลีตัน ซิลวา จับบอลหนึ่งจังหวะก่อนซัดตุงตาข่าย เมืองทอง ยูไนเต็ด แซงนำ 2-1

สองนาทีต่อมา ลาว ออสตาร์ เกือบได้ประตูตีเสมอ จากบอลริมเส้นฝั่งขวา ไซสงคราม จำปาทอง ได้โหม่งเต็มหัว แต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ พุ่งปัดเอาไว้ได้

นาทีที่ 78 สารัช อยู่เย็น เปิดบอลยาวให้ คลีตัน ซิลวา หลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนซัดด้วยขวาแต่บอลเข้าข้างตาข่าย จบเกม ลาวออลสตาร์ แพ้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-2

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ลาว ออลสตาร์ : แสงพะจัน บุนทิสาน, โตโมยูกิ โซดาคูนิ, แทนทอง พอนเสดถา, ปะเสิดสัก สุริยะวง, พุดดาวี พมมะสอน, คาซูโอะ ฮอมมะ, เรนชิ ยามากูชิ, อารอน อีแวนต์ , สุกจินดา นัดผาสุก, พูทอน อินนาไล, พิทัก กองมาทิลาด
เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ธีราทร บุญมาทัน, สุพรรณ ทองสงค์,อดิศร พรหมรักษ์, พิทักษ์พงศ์ กุลสุวรรณ, รัชพล นาวันโน, สารัช อยู่เย็น, ชนาธิป สรงกระสินธ์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, มงคล ทศไกร, คลีตัน ซิลวา

กลุ่มต่อต้าน โดนัลด์ ทรัมป์ หลายร้อยชีวิตประท้วงหนัก คืนก่อนพิธีสาบานตน

กลุ่มผู้ต่อต้านโดนัลด์ ทรัมป์ หลายร้อยชีวิต รวมตัวประท้วงในงาน Deploraball คืนก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ

วันที่ 20 มกราคม 2560 ว่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว แต่ล่าสุด ดูเหมือนว่าจะมีเค้าความวุ่นวายเกิดขึ้นแล้ว

โดยรายงานจากเว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้าน นายโดนัลด์ ทรัมป์ จำนวนมากไปรวมตัวกันที่ด้านนอกสโมสรผู้สื่อข่าวแห่งชาติสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงาน Deploraball ซึ่งเป็นงานเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นที่โดยสมาชิกและกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ ในช่วงคืนในวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนพิธีสาบานตน 1 วัน

จากรายงานระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมีจำนวนมากกว่าหลายร้อยชีวิต พากันชูป้ายต่อต้าน และบางส่วนได้จุดไฟเผาธงชาติ และมีการปะทะกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลความปลอดภัยในพื้นที่งานเฉลิมฉลอง กระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าปราบการจราจลในพื้นที่ โดยได้ใช้เสปรย์พริกไทยและแก๊สน้ำตายิงใส่กลุ่มผู้ประท้วงเพื่อระงับเหตุ

โดยจากรายงานจากหนุ่มรายหนึ่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ อ้างว่า ถูกกลุ่มผู้ประท้วงใช้ความรุนแรง ใช้เสาธงทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ศีรษะแตกมีเลือดไหล โดยตนได้สวมหมวกข้อความ “Make America Great Again (จะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง)” ซึ่งเป็นคำพูดของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์

ทำแผนร่างทรงข่มขืนนักศึกษา ขอความเห็นใจ แค่ผสมยาฆ่าหญ้าหนักมือไปหน่อย

ตำรวจคุมตัวร่างทรงหื่นวัย 20 ก่อเหตุเอายาฆ่าแมลงผสมให้นักศึกษาสาว ปี 4 กินจนมึน ก่อนข่มขืนจนเหยื่อเสียชีวิต เจ้าตัวยังขอความเห็นใจ บอกไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่พลาดใส่ยาหนักมือไปหน่อยเท่านั้นเอง

จากกรณีที่พบศพนักศึกษาสาวราชภัฏชั้นปีที่ 4 เสียชีวิตปริศนาบนคันนา ที่ ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามรวบตัว นายกฤษฎา ใจเอื้อย อายุ 20 ปี หนุ่มร่างทรง เจ้าของสำนักปู่เสือในละแวกที่เกิดเหตุได้ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริงนั้น (อ่านข่าว : รวบแล้ว ! ร่างทรงหนุ่ม ข่มขืนฆ่านักศึกษาสาวราชภัฏ ทิ้งศพบนคันนา)
ล่าสุด วันนี้ (20 มกราคม 2560) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งคอก ได้ควบคุมตัว นายกฤษฎา เจ้าพ่อร่างทรง มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณทุ่งนาจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านจำนวนกว่า 300 คน ที่มามุงดู พร้อมกับตะโกนสาปแช่งผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ โดยจุดแรก คือ บริเวนป้ายรถเมล์สาย 88 จุดลงรถตู้สายกรุงเทพฯ-ด่านช้าง ซึ่งเป็นจุดที่มารับผู้ตาย ส่วนจุดที่สอง คือ สำนักทรงเจ้า ที่นายกฤษฎาเอายาให้ผู้ตายกินจนมึนเมาและทำการขืนใจหน้าพิธีครอบครู

ส่วนในจุดที่ 3 คือ จุดทิ้งศพกลางทุ่งนาที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร โดยนายกฤษฎาอุ้มร่างผู้ตายใส่กระสอบ และนำขึ้นรถเข็นพ่วงท้ายกับรถจักรยานยนต์ ไปทิ้งศพอำพรางคดี ซึ่งในจุดนี้มีประชาชนมามุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำแผนในจุดนี้ไม่ถึง 10 นาที ก็รีบนำตัวขึ้นรถตู้ของตำรวจ เนื่องจากประชาชนที่มาดูเหตุการณ์แสดงความไม่พอใจ ตะโกนด่าผู้ต้องหาเป็นระยะ ๆ และพยายามจะเข้ามาทำร้าย ซึ่งตำรวจเกรงว่าเหตุการณ์จะบานปลาย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่กำลังทำแผนอยู่นั้น นายกฤษฎาได้รับสารภาพเพิ่มเติมว่า ตนขอความเห็นใจด้วย เนื่องจากไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าผู้ตายด้วยการวางยา แค่เอายาฆ่าแมลงผสมให้กินเพื่อให้มึนเมาเล็กน้อย หวังให้ไม่มีแรงต่อสู้ขัดขืนเท่านั้น แต่เกิดพลาดใส่ยาหนักมือไปหน่อยเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดจะฆ่าให้ตายตามที่เป็นข่าว ทำให้คนในโลกโซเชียลเข้าใจผิดและโพสต์ด่าทอตนมากมาย

สำหรับประวัติอาชญากรรมพบว่า นายกฤษฎา มีประวัติเคยต้องโทษคดีลักทรัพย์และยาเสพติด ก่อนจะพ้นโทษออกมาและมาเปิดสำนักทรงเจ้าดังกล่าว

ดับฝันเซียนพนัน! ชาวไต้หวันลงประชามติ “ไม่เอาคาสิโน” ฝ่ายสนับสนุนโอดแพ้เพราะประธานาธิบดีชี้นำ

ไต้หวันจัดกิจกรรมลงประชามติ เพื่อขอความเห็นชอบในการจัดตั้ง “คาสิโน” ณ อำเภอเผิงหู (ภาพรอยเตอร์ส)

เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ สื่อทางการจีนรายงาน (16 ต.ค.) ประชาชนไต้หวันโหวตไม่สนับสนุนโครงการ “คาสิโน”

วันเสาร์ (15 ต.ค.) ไต้หวันจัดกิจกรรมลงประชามติ เพื่อขอความเห็นชอบในการจัดตั้ง “คาสิโน” ณ อำเภอเผิงหู (澎湖县) และมีผู้ออกมาใช้สิทธิราว 33,000 คนจากผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมด 83,400 คน โดยในจำนวนนั้นมีผู้ลงคะแนนเสียงไม่สนับสนุนให้ตั้งคาสิโนจำนวน 26,592 คน คิดเป็นจำนวนราว 80 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่มีผู้สนับสนุนเพียง 6,210 คน คิดเป็นจำนวนราว 20 เปอร์เซ็นต์ ทำให้แผนสร้างคาสิโนในครั้งนี้เป็นอันตกไป

“เหอ จงชวิน” ประธานกลุ่มต่อต้านโครงการสร้างคาสิโนระบุว่า ฝ่ายที่สนับสนุนการพนันได้พยายามชักจูงประชาชนไปในทางที่ผิด โดยให้ข้อมูลว่าโครงการคาสิโนจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ประชาชนได้ใช้สติปัญญาอันหลักแหลมและวิจารญาณอันถี่ถ้วน ในการลงคะแนนเสียงไม่สนับสนุนโครงการคาสิโน

ในขณะที่ “เฉิน เหมิง” ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายสนับสนุนฯชี้ว่า การลงประชามติครั้งนี้ไม่เป็นธรรม เนื่องจากนางไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวันและรัฐบาล เคยได้ให้ความเห็นคัดค้านโครงการดังกล่าวก่อนหน้านี้ ดังนั้น อิทธิพลทางความคิดของเธอจึง ทำให้โครงการนี้เป็นอันตกไปในการลงประชามติตามคาด

บ่อนการพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมายในไต้หวัน จนเมื่อปี 2552 รัฐบาลไทเปได้ปรับแก้กฎหมายรับรองบ่อนพนันบริเวณนอกฝั่งของดินแดน จากนั้นมาก็ได้พยายามผลักดันโครงการจัดตั้ง ‘เขตการพนันพิเศษ’ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ได้รับการคัดค้านจากหลายภาคส่วน อันนำไปสู่การจัดให้มีการทำประชามติเป็นครั้งแรกของประเทศ ณ อำเภอเผิงหูเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2552 ทว่า มีผู้ไม่สนับสนุนราว 56 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่มีผู้สนับสนุนราว 46 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ตามกฎหมายของไต้หวัน หากมติใดตกไป จะไม่สามารถทำประชามติภายในเวลา 3 ปี