อ่างทองแล้งขยายวง เริ่มแย่งชิงน้ำร้องชลฯช่วย

อ่างทอง แล้งขยายวงกว้าง เริ่มแย่งชิงน้ำ ชาวนาเรียกร้องชลประทานเข้าแก้ไขปัญหาขัดแย้งขาดแคลนน้ำ

ปัญหาภัยแล้งในจังหวัด อ่างทอง เริ่ม ขยายวงกว้าง ชาวนาขาดแคลนน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวในนา เกิดปัญหาแย่งชิงน้ำ ชาวนาที่อยู่ท้ายคลองชลประทานประสบปัญหาน้ำแห้งขอดคลองต้นข้าวเสียหายยืนรอความตายหลายพันไร่ จึงรวมตัวกัน กว่า 200 คน ที่บริเวณศาลา เอสเอ็ม แอล หมู่ 2 ตำบลตลาดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เพื่อเรียกร้องให้ชลประทานเร่งแก้ปัญหา

แย่งชิงน้ำระหว่างชาวนาต้นคลอง กับท้ายคลองก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์บานปลาย ด้านนายวิโรจน์ สะอาดศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลตลาดใหม่ กล่าวว่า ตนเองทำนาจำนวน 100 ไร่ หลังชลประทานประกาศให้ลงมือทำนาก็เร่งทำ ช่วงนี้ใกล้เก็บเกี่ยวต้นข้าวในนา ขาดน้ำเสียหายจำนวนมาก หลังชลประทานปล่อยน้ำให้ชาวนาแบบสลับเปลี่ยนเวรกันไป

แต่พื้นนาของตนเองพร้อมชาวนา กว่า 200 คนในพื้นที่ตำบลตลาดใหม่ อยู่ท้ายคลองชลประทานน้ำมาไม่ถึง ชาวนาที่อยู่ต้นคลองสูบไปหมด ทำให้ตนเองและพี่น้องชาวนาได้แต่ยืนดูคลองที่แห้งขอดไม่มีน้ำเหลือเลี้ยงต้นข้าวใกล้ตายจำต้องเรียกร้องชลประทานให้แก้อย่างเร่งด่วน

นายธเนศ บุญสุข ผู้อำนวยการส่งน้ำและบำรุงรักษายามมณี กล่าวว่า ทางชลประทานได้รับจัดสรรน้ำในการทำนาในจังหวัดอ่างทอง จำนวน 25,000 ไร่ ขณะนี้ชาวนาได้ลงมือทำไปแล้วกว่าแสนไร่ ในช่วงนี้น้ำต้นทุนในเขื่อนเหลือน้อย จำต้องสลับเปลี่ยนกันส่งน้ำให้เกษตรกร

และก็มีปัญหาตามมาคือชาวนาที่อยู่ท้ายคลองสูบน้ำไม่ทันชาวนาที่อยู่ต้นคลองต้นคลอง เริ่มมีปัญหาการแย้งชิงน้ำหวั่นบานปลาย โดยทางชลประทานจะทำการแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยวางท่อสูบน้ำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 13 นิ้ว เพื่อช่วยเหลือชาวนา เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำน้อย เข้าคลองจระเข้ ที่เป็นคลองธรรมชาติ แล้วสูบน้ำจากคลองจระเข้เข้าสู่

ตำรวจรื้อคดี-แจ้งข้อหาหนัก หนุ่มมือแทงแล้วจุดไฟเผาแม่แฟน

(19 ม.ค.) ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญกรณีที่แฟนหนุ่มบุกเข้าบ้านแฟนสาว ใช้อาวุธมีดแทงฝ่ายหญิง ก่อนผู้เป็นแม่จะเข้ามาช่วยเหลือแต่กลับถูกแทง แล้วราดน้ำมันจุดไฟเผาจนบาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวนานกว่าสองเดือน ล่าสุดได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่นายแซม ผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัว ในข้อหาพยายามฆ่า

ล่าสุด พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีเร่งสรุปสำนวนดำเนินคดีใหม่ทั้งหมด หลังผู้บาดเจ็บเสียชีวิตลง โดยจะมีการเพิ่มข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุจากพยายามฆ่าเป็นเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากทั้งพฤติกรรมและหลักฐานชัดเจนว่ามีการเตรียมการมาก่อเหตุโดยตรง ซึ่งจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งการทำสำนวนรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มก่อนที่จะมีการออกหมายจับและทำการควบคุมตัว

หากครอบครัวผู้เสียชีวิตหวาดกลัวเรื่องการใช้อิทธิพลของทางฝั่งผู้ต้องหา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะให้ความเป็นธรรมรวมทั้งดูแลเรื่องความปลอดภัย และคุ้มครองพยาน พร้อมยืนยันว่ากรณีนี้จะไม่ให้มีเรื่องของการใช้อิทธิพลมาอยู่ด้วยกฎหมายโดยเด็ดขาด คาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้ภายใน 48 ชั่วโมง

เครือข่ายอาจารย์สื่อรณรงค์ลดปัญหาการพนัน

เครือข่ายคณาจารย์สื่อสารมวลชน ร่วมขับเคลื่อนสังคมเพื่อลดปัญหาการพนัน จัดเวทีรณรงค์การสื่อสารต้านภัยพนันในสถาบันอุดมศึกษา

รศ.ดร.สุมาลี ไชยศุภรากุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าวว่า การเล่นการพนันในกลุ่มนักศึกษา ถือว่ามีความเสี่ยงมาก เนื่องด้วยนักศึกษาเป็นกลุ่มคนที่เชื่อคนง่าย ขาดวิจารณญาณ และที่สำคัญยังเชื่อในโชคชะตามากขึ้น ทำให้เราต้องเร่งตระหนักและร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อหยุดและยับยั้งทัศนคติในเชิงบวกของการเล่นการพนันในกลุ่มนักศึกษา

ขณะที่ ดร.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับข่าวสารกับทัศนคติ และพฤติกรรมการเล่นการพนันของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ” โดยผลการวิจัยพบว่า นิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่

จะมีประสบการณ์การเล่นพนันมาก่อน ซึ่งการเล่นการพนันครั้งแรกจะมีอิทธิพลต่อความถี่ในการเปิดรับข่าวสารและทัศนคติเกี่ยวกับการเล่นการพนัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดรับข่าวสารผ่านสื่อโทรทัศน์กับหนังสือพิมพ์ การนำเสนอของสื่อ จึงจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากขึ้น ประกอบกับ มหาวิทยาลัยควรปลูกฝังให้นิสิตนักศึกษารู้เท่าทันสื่อ และเตือน
เกี่ยวกับพิษภัยของการพนันให้มากขึ้นด้วย

“ชัช เตาปูน” แฉ “เฉลิม” แค้นฝังหุ่น ตามราวีไม่เลิก

หลังถูกกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. สั่งอายัดทรัพย์สิน โฉนดที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างราคาประเมิน 10.8 ล้านบาท ย่านบางซื่อ ไว้ชั่วคราว ในฐานความผิดเกี่ยวกับการพนัน ล่าสุด นายชัชวาล คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ได้ออกมาเปิดใจกับสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์อย่างหมดเปลือก ถึงสาเหตุที่เขาเชื่อว่า ทำให้บ้านหลังดังกล่าวถูกอายัด

นายชัชวาล กล่าวว่า เป็นเพราะขัดผลประโยชน์กับนักการเมืองใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งเปิดเผยชื่อคือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ครั้งหนึ่งเคยขอความช่วยเหลือเรื่องการเลือกตั้ง สก. สข. พร้อมขอร้องให้หนังสือพิมพ์สยามรัฐหลีกเลี่ยงการลงข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุตรชายทั้ง 2 แต่ถูกปฏิเสธ ทำให้ต้องโดนกลั่นแกล้งทุกวิถีทางเมื่อ ร.ต.อ.เฉลิมมีอำนาจ

ทั้งสั่งคนเข้าไปกรีดรถที่เข้าออกในซอยบ้าน พร้อมสั่งสำนักงานเขตให้รื้อบ้านหลังดังกล่าว เพราะเชื่อว่าเป็นบ่อนการพนัน และอ้างปลูกสร้างโดยไม่มีแบบแปลน ซึ่งเขตบางซื่อ ยืนยัน ไม่สามารถรื้อถอนได้ เพราะปลูกสร้างก่อนที่จะมีเทศบัญญัติออกมา

ทั้งนี้ ยืนยัน บ้านหลังดังกล่าว ขายเปลี่ยนมือไปแล้วตั้งแต่ปี 2550 พร้อมท้าให้ตรวจสอบภาษีที่กรมที่ดิน ซึ่งเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเพราะไม่ยอมสยบอยู่ภายใต้อำนาจ ของร.ต.อ.เฉลิม เท่านั้น

จุดยืนชัดเจน!! คล็อปป์ ยอมรับแอบปลื้มศูนย์หน้าวันเดอร์คิด อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

กลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์หน้าที่ตกเป็นเป้าสนใจของ เจอร์เกน คล็อปป์ ไปเป็นที่เรียบร้อย!! สำหรับเจ้าหนู แคสเปอร์ โดลเบิร์ก ศูนย์หน้าอนาคตไกลจากสโมสร อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม หลังจากที่ล่าสุดบอสใหญ่ “หงส์แดง“ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงดาวยิงวันเดอร์คิดทีมชาติ เดนมาร์ก รายนี้ ถึงความประทับใจในฝีเท้าพร้อมกับอยากได้ตัวมาร่วมงานในถิ่น แอนฟิลด์ ของ ลิเวอร์พูล ในตลาดซื้อขายที่กำลังจะเปิดตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์นี้

เจอร์เกน คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อจาก ฮอลแลนด์ อย่าง Ekstra Bladet ว่า “มีใครบ้างที่ไม่รู้จัก แคสเปอร์ โดลเบิร์ก! คุณไม่สามารถลงเล่นให้ทีมอย่าง อาแจ็กซ์ โดยไม่เป็นที่จับตามองของสโมสรต่างๆได้หรอกนะ. แคสเปอร์ โดลเบิร์ก มีอนาคตที่ยิ่งใหญ่รออยู่ และเขาเป็นนักเตะที่มหัศจรรย์มากๆ”

“ผมรักนักเตะที่มาจาก เดนมาร์ก ผมเคยมี ลีออน อันเดรียเซ่น สมัยเป็นผู้จัดการทีมให้กับ ไมนซ์ เขาไม่ต่างอะไรจากสัตว์ประหลาด. แถมผมก็ยังมีความทรงจำที่ดีกับ โบ สเวนส์สัน และ โมฮาเหม็ด ซีดาน พวกเขาอาจเป็นชาว เดนมาร์ก สักครึ่งหนึ่ง เพราะมีภรรยาเป็นชาว เดนมาร์ก ไง!”

“ผมชอบนักเตะที่มาจาก เดนมาร์ก พวกเขามีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม รวมไปถึงความคิดที่แข็งแกร่งเอามากๆ” บอสใหญ่ หงส์แดง ทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ศูนย์หน้า วัย 19 ปี ทำสถิติลงสนามรับใช้ อาแจ็กซ์ ในศึก ฮอลแลนด์ เอเรอดีวีซี่ ไปทั้งหมดในฤดูกาล 2016/17 เป็นจำนวน 22 นัด พังตาข่ายได้ 10 ประตู พร้อมกับ แอสซิสต์ ให้เพื่อยิงไป 5 ครั้งด้วยกัน

ฉลามชลโต๊ะเล็กได้ ปตท.หนุนพร้อมเปลี่ยนเชื่อเป็น “พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี”ลุยซีซั่น 2017

“ฉลามชลโต๊ะเล็ก” ชลบุรี บลูเวฟ มหาอำนาจของวงการฟุตซอลไทย บรรลุข้อตกลง กับ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ด้านการดำเนินธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีครบวงจร ในการเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักรายใหม่พร้อมเปลี่ยนโลโก้และชื่อสโมสรใหม่เป็นสโมสร พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ลุยศึก ฤดูกาล 2017

จากการเปิด เผยของ “บิ๊กแปม” ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานสโมสร ได้ให้สัมภาษณ์ผ่าน ว่า

“อย่างที่แฟนฟุตซอลทุกท่านทราบกันเป็นอย่างดีแล้วนะครับ ว่าสำหรับในฤดูกาล 2017 ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนี้ ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 ในการก่อตั้งสโมสร ชลบุรี บลูเวฟ ที่ผ่านมาแม้ทีมจะครองความเป็นทีมฟุตซอลอันดับหนึ่งของเมืองไทย ด้วยการเป็นแชมป์ลีก 8 สมัย, แชมป์ เอฟเอคัพ 4 สมัย และ แชมป์สโมสร เอเชีย 2013 รวมไปถึงเรายังมีนักกีฬาที่ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทยมากมาย”

“แต่เป้าหมายและแผนงานของสโมสรเราไม่เคยหยุดหรือพอใจกับความสำเร็จในอดีตที่ผ่านมา ทุกๆปีเรายังต้องการที่จะพัฒนาเพื่อรักษาและยกระดับสโมสรให้มีมาตรฐานที่ยั่งยืน ก้าวขึ้นไปเทียบชั้นสโมสรชั้นนำของเอเชียอยู่เสมอ”

“และปีนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เราจะได้ ปตท. เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักรายใหม่ และจากการให้การสนับสนุนของปตท.ในครั้งนี้นั้น ผมอยากให้แฟนคลับของเราทุกท่านเข้าใจว่า สโมสรอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนบางอย่างไปบ้าง ซึ่งปตท.จะมาอยู่ในชื่อของสโมสร เป็น พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี, ตราสโมสร, สปอนเซอร์คาดหน้าอก, รวมถึงชื่อสนามใหม่เป็น พีทีที บลูเวฟ อารีน่า ก็อยากให้ทุกท่านให้การสนับสนุน และต้อนรับสปอนเซอร์ใหม่ ที่เพิ่มเข้ามาอีกรายในปีนี้ด้วยครับ”

“ผมเชื่อว่า ปตท. ที่เป็นแบนด์ที่อยู่คู่กับวงการกีฬาไทยมาโดยตลอด จะนำความแข็งแกร่งมาสู่ ชลบุรี บลูเวฟ ในทุกๆด้าน ทั้งด้านการบริหารสโมสร การพัฒนาทีม และ นักเตะ รวมถึงทีมเยาวชน ให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น เพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายในการกลับไปเป็นแชมป์ฟุตซอลสโมสรเอเชียให้ได้อีกครั้ง และนั่นก็จะเป็นเป้าหมายสูงสุดของสโมสร ซึ่งผมต้องขอขอบคุณ ปตท. เป็นอย่างยิ่งสำหรับดารให้การสนับสนุนในครั้งนี้”

ทร.จัดเรือหลวงฯ ลำเลียงสิ่งของ ช่วยชาวบ้านประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

วันนี้ (17 มกราคม 2560 ) หมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ (มบภ.ทร.) ประชุมวางแผนการลำเลียงสิ่งของบริจาคที่มากับ เรือหลวงมันใน ขึ้นสู่หาด พร้อมส่งกำลังบำรุงทางยุทธวิธี โดยจัดเรือระบายพลขนาดเล็ก ของเรือหลวงอ่างทอง ส่งชุดล่วงหน้า ประกอบด้วยชุด BMU ชุดอำนวยการส่งกำลังบำรุงทางยุทธวิธี ชุดปฏิบัติการพิเศษของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือฯ ขึ้นสู่หาด

จากนั้นนำเรือระบายพลขนาดกลาง(LCM) และเรือระบายพลขนาดเล็ก(LCVP)จากเรือหลวงอ่างทองเข้ารับถุงยังชีพ จากเรือหลวงมันในที่เดินทางมาจากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ นำของบริจาคที่ได้จากพี่น้องประชาชน นำมาแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จว.นครศรีธรรมราช

ด้านพลเรือโทภาณุ บุญยะวิโรจ เสนาธิการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ และนำหลักการปฏิบัติการทางทหารมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการปฏิบัติการของหน่วยกำลังนี้ยังคงยึดหลักการ “From The Sea” ตามเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารเรือ ภายใต้แนวคิด “ทหารเรือจะไม่ทิ้งประชาชน “

จับหนุ่มตระเวนขโมยไฟท้ายรถยนต์! ใช้หลานชายวัย 12 ดูต้นทาง

วันที่ 26 ม.ค. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ทหารชุด รส.ม.พัน 19 ร่วมกันจับกุมตัว นายจีรวัฒน์ อาชีพขายพวงมาลัย พร้อม ด.ช.บี (นามสมมุติ) อายุ 12 ปีหลานชาย

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ในพื้นที่อำเภอสามชุกและอำเภอใกล้เคียง เกิดเหตุคนร้ายขโมยไฟท้ายรถยนต์กระบะหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อเหตุขโมยไฟท้ายรถ 2 คันบริเวณลานจอดรถหอพักแห่งหนึ่ง ชุดสืบสวนจึงออกสืบสวนติดตามจับกุมตัวและตรวจสอบกล้องวงจรปิด โดยติดตามจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่า ต.บางสะแก อ.เดิมบางนางบวช

จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางไฟท้ายรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ จำนวน 4 คู่ ยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ จำนวน 1 คู่ ฝาเปิดกระบะพร้อมกล้องมองหลังรถยนต์อีซูซุ 1 ชุด อุปกรณ์งัดแงะ รถเก๋งโตโยต้าวีออส สีขาว 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน กระสอบสีขาว 1 ใบ พร้อมเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ตระเวนก่อเหตุ

สอบสวนนายจีรวัฒน์ รับสารภาพ สาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการหาเงินเนื่องจากขายพวงมาลัยมีรายได้น้อยเงินไม่พอใช้ โดยตนจะขี่รถจักรยานยนต์ไปตระเวนก่อเหตุ ให้หลานชายช่วยดูต้นทาง พอเห็นจังหวะไม่มีคนก็รีบลงมือขโมยไฟท้ายทันทีใช้เวลาประมาณ 1 นาที ส่วนใหญ่จะขโมยไฟท้ายรถอีซูซุรุ่นใหม่และรถวีโก้ แล้วนำไปเก็บซ่อนไว้ในหลังรถเก๋งแฟนสาว ก่อนนำไป

ขายที่ตลาดมืด ตลาดขายของมือสอง ตกราคาคู่ละ 2-3 พันบาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด โดยตระเวนก่อเหตุไปตามท้องที่ต่างๆ ทั่ว จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมหรือรับของโจร ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป