‘เนติวิทย์’ จวก ‘ชิน ชินวุฒิ’ บอกทหารทำให้เป็นชายที่ดีขึ้น ถามแล้วชายที่เน้นสมองล่ะ?

‘เนติวิทย์’ โพสต์จวก หลังมีรายชื่อต้องรับเลือกทหาร เผย ‘ชิน ชินวุฒิ’ บอกทหารทำให้เป็นชายที่ดีขึ้น ถามแล้วชายที่เน้นสมองล่ะ?

จากกรณีที่ พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก แถลงข่าวการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2560 โดยชายไทยที่ต้องมาเกณฑ์ทหาร คือ นาย เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ซึ่งเคยเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับชายไทยที่ต้องเกณฑ์ทหาร และเคยประกาศว่าเมื่อถึงเวลาตนจะไม่เข้ารับการตรวจเลือกทหาร โดยการเปิดเผยชื่อดังกล่าว ถือเป็นปีแรกที่กองทัพ ใส่รายชื่อนักเคลื่อนไหวคนดังด้วย ปกติมีแต่ดารา-นักแสดง

ล่าสุด นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊กเพจ Netiwit Ntw โดยระบุว่า “ล่าสุด ผมเห็นชินวุฒิ บอกว่า เกณฑ์ทหารแล้วทำให้เป็นชายที่ดียิ่งขึ้น เขาพูดแบบนี้ เพราะอะไรก็น่าคิด และถ้าเราเชื่อแบบนี้มันก็น่าสงสัยว่า มันเป็นการบอกว่าการเป็นชายที่ดีมีรูปแบบเดียวหรือเปล่า การเป็นชายที่ดี มาจากการฝึกกำลังแบบทหาร? แล้วชายที่เน้นสมอง เน้นอย่างอื่นล่ะ?

อย่างไรก็ดี ผมขอชี้แจงด้วยว่า การที่ผมยกตัวอย่างชินวุฒิ ก็เพื่อให้เข้าใจง่าย และในที่นี้สามารถแทนชื่อใครไปก็ได้แทนชื่อของเขา
ส่วนชินจะตอบยังไง เขาจะชอบทหารหรือไม่ ผมไม่ได้ถามชิน ผมตั้งคำถามให้คนทั้งประเทศได้คิดว่ามันสมเหตุสมผลแค่ไหนที่ชินต้องเสียอะไรบลาๆไป ถ้าเราไม่สามารถมั่นใจว่าเราตอบคำถามตรงนี้ได้ หรือกองทัพไม่สามารถตอบอย่างมีเหตุผลได้ การเกณฑ์ทหารเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล ไม่เข้ายุคเข้าสมัย ใช่หรือไม่? ควรเลิกบังคับใช่หรือไม่ – คิดโดยตัวคุณเอง”

ขนลุก! หนูตัวใหญ่ ไต่ถาดอาหารร้านข้าว สโมสรรัฐสภา

ขนลุก! แห่แชร์ภาพ หนูตัวใหญ่ ไต่ถาดอาหารบนถาดอาหารร้านข้าว ในสโมสรรัฐสภา

วานนี้(30 มี.ค.) มีการแชร์ภาพในกลุ่มไลน์ข้าราชการของสำนักงานเลขาวุฒิสภา เป็นภาพของหนูตัวใหญ่กำลังไต่ถาดอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งในสโมสรรัฐสภา ซึ่งไม่สามรถระบุตัวผู้ถ่ายภาพนี้ได้ แต่ทำให้ผู้ที่ได้เห็นภาพต่างรู้สึกพะอืดพะอม เพราะหลายคนเคยได้ไปรับประทานอาหารที่สโมสรรัฐสภา และพากันตั้งข้อสงสัยว่าปล่อยให้หนูเข้าไปถึงถาดอาหารแบบนี้ได้อย่างไร

สำหรับผู้มาใช้บริการร้านอาหารภายในสโมสรรัฐสภาในแต่ละวันมีเป็นจำนวนมาก ประกอบด้วยสมาชิกรัฐสภา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้ติดตาม และผู้มาติดต่องาน แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสะอาดของสโมสรรัฐสภา รวมทั้งกลิ่นห้องน้ำ และกลิ่นขยะที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะด้านหลังส่วนครัวของสโมสรฯ อยู่ติดกับจุดพักขยะรวมของอาคารรัฐสภาทั้งหมด ทำให้มีหนู แมลงสาบจำนวนมาก

ทั้งนี้ หลายคนได้ยืนยันว่าเป็นภาพถ่ายที่ร้านอาหารภายในสโมสรรัฐสภาจริง แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นคนถ่ายภาพ บางคนที่รู้ก็ไม่ยอมเปิดเผยที่มาของภาพ เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาในการตรวจสอบภายหลัง

‘บิ๊กป้อม’ ชี้บ่อนชายแดนไทย-กัมพูชา แค่พื้นที่อ้างสิทธิ ปัดทับซ้อน

“ประวิตร” ชี้บ่อนกาสิโนชายแดนไทย-กัมพูชา ตอนนี้เป็นพื้นที่ของเขมร ต้องรอปักปันเขตแดนให้ชัดก่อน ขออย่าเรียกพื้นที่ทับซ้อน เพราะขณะนี้เป็นแค่พื้นที่อ้างสิทธิ ด้าน “ดอน” เผย ครม.ไม่ได้คุยเรื่องคาสิโน บนพื้นที่ทับซ้อน เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 21 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการ

ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่ถูกออกหมายจับเพราะออกมาระบุถึงการตั้งบ่อนกาสิโนในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเขตแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา ซึ่งเป็นมรดก

โลก ว่าก็เป็นพื้นที่ของทางกัมพูชา เพราะยังไม่ชัดเจนเรื่องพื้นที่ก็อ้างสิทธิกันไป นายวีระก็ไปอ้างสิทธิว่าเป็นของไทย ก็ต้องตกลงกันเพราะความชัดเจนยังไม่มี แต่เรื่องคณะกรรมการปักปันเขตแดนอยู่แล้ว ต้องรอให้ปักปันให้ชัดก่อน ฉะนั้นอย่าไปเรียกว่าเป็นพื้นที่ ทับซ้อน ขณะนี้ยังเป็นพื้นที่ อ้างสิทธิ ต่างคนต่างอ้างสิทธิ ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

ด้าน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว. ต่างประเทศ กล่างว่า ถึงกระแสข่าวว่า รัฐบาลปล่อยให้มีการสร้างกระแสบ่อนคาวสิโนพื้นที่ ทับซอนระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ว่า ขณะางกระทรวงการต่อางประเทศยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้

เมื่อถามว่า ทางกระทรวงต่างประเทศ จะต้องทำหนังสือถึงประะเทศกัมพูชา เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้หรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ก็มีย่อนการพนันเยอะแนะตามแนวชายแดน แต่ที่ผ่านมาเรื่องดังกว่าวไม่ได้เป็นปัญหา และไม่ได้ถูกพูดถึงในการประชุมครม

ปปง.กำหนด 9 อาชีพ เสี่ยงต่อการใช้ฟอกเงิน

ปปง.ออกประกาศ กำหนด 9 อาชีพ เสี่ยงต่อการใช้ฟอกเงิน ต้องตรวจสอบป้องกันการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เรื่อง แนวทางในการกําหนดปัจจัยเพื่อพิจารณาความเสี่ยงของลูกค้าเกี่ยวกับอาชีพความว่า อาศัยอํานาจตามความในข้อ 13(1) (ก) 3) ของกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าสําหรับผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) (6) (7)(8) และ (10) พ.ศ. 2559

ผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (10) ต้องดําเนินการบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายสําหรับลูกค้าทุกรายเพื่อกําหนดมาตรการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับที่เหมาะสมตามข้อ 11ของกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า

ผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (10) ต้องตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าเพื่อทราบว่าลูกค้าแต่ละรายมีปัจจัยความเสี่ยงในระดับสูงตามข้อ 13 ของกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าสําหรับผู้ประกอบอาชีพตาม

มาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (10) พ.ศ. 2559 หรือไม่ โดยต้องทราบข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ อันเป็นแหล่งที่มาของเงินหรือรายได้ของลูกค้า ในกรณีที่พบว่าลูกค้าประกอบอาชีพ ดังต่อไปนี้ อาจพิจารณาได้ว่าลูกค้าดังกล่าวมีปัจจัยความเสี่ยงระดับสูงอันเนื่องมาจากการประกอบอาชีพ

(1) อาชีพค้าอัญมณี เพชรพลอย ทองคํา หรือเครื่องประดับที่ประดับด้วยอัญมณี เพชรพลอยหรือทองคํา

(2) อาชีพค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า

(3) อาชีพรับแลกเปลี่ยนเงินตราทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา

(4) อาชีพที่ให้บริการโอนและรับโอนมูลค่าเงินทั้งภายในประเทศและข้ามประเทศซึ่งไม่ใช่สถาบันการเงิน

(5) อาชีพประกอบธุรกิจคาสิโนหรือบ่อนการพนัน

(6) อาชีพประกอบธุรกิจสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ

(7) อาชีพค้าอาวุธยุทธภัณฑ์

(8) อาชีพบริษัทหรือนายหน้าจัดหางาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับคนเข้ามาทํางานจากต่างประเทศหรือส่งคนไปทํางานในต่างประเทศ

(9) อาชีพธุรกิจนําเที่ยว บริษัททัวร์

แรงผลักดันอันแรงกล้าของฟุตบอลญี่ปุ่น

หลังจากชมฟุตบอลระหว่าง “ทีมชาติไทย” กับ “ทีมชาติญี่ปุ่น” ซึ่งขุนพลช้างศึกแพ้แบบต้องยอมรับความจริง 0-4 ก็เกิดคำถามว่าทำไมวงการฟุตบอลของประเทศนี้ถึงพัฒนาขึ้นมาเร็วมากด้วยระยะเวลาประมาณ 20 ปี จากทีมประเภทลูกกระจ็อกหรือสมันน้อยของเอเชีย จนกลายเป็นทีมระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว

ถ้าถามแฟนฟุตบอลรุ่นเดอะเกินหลัก 5 หลัก 6 ขึ้นไป เชื่อว่าทุกคนอาจจะจำได้ว่า เวลาเราเจอขุนพลซามูไร เป็นปกติที่เราจะไล่ถล่มคู่แข่งกันเลยทีเดียว แต่พอมายุคนี้ต้องยอมรับว่านี้คือ “เบอร์ 1 ของเอเชีย” ซึ่งตลอด 3 วันที่สัมผัสกับกลิ่นอายกับฟุตบอลญี่ปุ่น พอสรุปได้คร่าวๆดังนั้น

สิ่งที่เห็นจากฟุตบอลญี่ปุ่นคือ “แรงผลักดัน” ซึ่งคนญี่ปุ่นอยากเห็นฟุตบอลของเค้าไปอยู่ในระดับโลกจนเป็น “ความฝัน” ของชาวแดนอาทิตย์อุทัยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เห็นได้จากพวกการ์ตูนฟุตบอลต่างๆที่ออกมาแต่ที่ดังที่สุดคงหนีไม่พ้น “กับตันซึบาสะ” ที่คอการ์ตูนชาวไทยรู้จักไม่น้อย

ทำไมต้อง “การ์ตูน” ส่วนนึงมองว่า เป้าหมายของคนที่อ่านการ์ตูนคือบรรดาเด็กผู้ชายที่กำลังโตขึ้นมาซึ่งถ้าได้อ่านการ์ตูนฟุตบอลต่างๆ น่าจะทำให้อยากเห็นทีมชาติจริงๆของตัวเองประสบความสำเร็จเหมือนในการ์ตูน โดยเฉพาะภาพที่เห็นนักเตะเดินเข้าสู่สนามในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และก็เป็นจริงในปัจจุบันแล้ว
นอกจากภาพของทีมชาติญี่ปุ่นไปเล่นฟุตบอลโลก ก็ยังมีการ์ตูนที่เห็นนักเตะไปเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปทั้งหลาย อย่างเช่น เรื่อง “วีว่า กัลโช่” ที่พระเอกไปเล่นฟุตบอลในลีก อิตาลีซึ่งเป็นลีกอันดับ 1ของโลกในแง่ของศาสตร์ฟุตบอลเมื่อยุค 20-30 ปีที่แล้ว

เรื่องนี้ก็คงเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เราเห็นนักเตะสัญชาติซามูไรหลายคนค้าแข้งอยู่ในยุโรปในปัจจุบันไม่ว่าจะลีกไหน ไม่ใช่แค่ “กัลโช่ เซเรียอา” เพียงลีกเดียว อย่างนักเตะ 23 คนที่ “วาฮิต ซาลิฮ็อตซิส” กุนซือชาวบอสเนียของทีมเข้ามาติดทีมในฟีฟ่าเดย์สัปดาห์นี้มีนักเตะที่เล่นในยุโรปถึง 11 คนด้วยกัน

ที่สำคัญนักเตะเหล่านี้ไม่ได้ไปย้ายทีมเพราะเหตุผลทางการค้าหรือเป้าหมายการตลาดเอเชียเพียงอย่างเดียวเหมือนสมัยก่อน แต่ทีมในยุโรปก็ยอมรับในฝีเท้าของนักเตะปลาดิบ เห็นได้จากหลายคนที่เป็นนักเตะตัวหลักของสโมสรเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ “ชินจิ คากาวะ” “เกงกิ ฮารากูชิ” “ทาคามิ อาซาชิ” “โกโตกุ ซากาอิ” ที่เล่นในลีกเมืองเบียร์ “บุนเดสลีกา” หรือในลีกอันดับ 1 ยุคนี้ “พรีเมียร์ลีก” ก็มี “มายะ โยชิดะ” กับ ชินกิ โอกาซากิ”

มุมมองของคนญี่ปุ่นต่อกีฬาชนิดนี้ที่ผมชอบ แตกต่างจากหลายๆประเทศเพราะจากป้ายโฆษณาที่น่าจะเป็นของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นในสนามที่สังเกตุในเกมวันก่อน คือ ป้ายที่เขียว่า “One Asia One Goal” ซึ่งความหมายให้ความรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ

โดย “โร้ดแมป” ของสมาคมฟุตบอลที่นี้หลังจากนี้ใช้ “ความฝัน” เป็นแรงขับดัน กับภาพของนักฟุตบอลญี่ปุ่นคว้าแชมป์โลก ต้องบอกก่อนว่า “ทีมฟุตบอลหญิงของญี่ปุ่น” ได้แชมป์โลกไปแล้ว เมื่อปี 2011

ส่วนฟุตบอลชายคือ ภายในปี 2050 ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ขุนพลซามูไรยกระดับจากทีมประเภทแจกแต้มในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายขึ้นมาเป็นม้ามืด โอกาสเห็นทีมจากเอเชียคว้าแชมป์โลกก็มีโอกาสเป็นไปได้ในชาตินี้ครับ

ยุคมืดของ “ฟ้า-ขาว”

หากฝั่งยุโรปมี เนเธอร์แลนด์ ที่สุดระส่ำ ข้ามฟากไปที่แดนอเมริกาใต้ก็น่าจะเป็น อาร์เจนติน่า นี่แหละครับที่ “ร่อแร่” กว่าใคร

ความพ่ายแพ้ โบลิเวีย 0-2 ทำให้ถึงตรงนี้ทีม “ฟ้า-ขาว” หล่นไปอยู่อันด้าห้าของตารางมี 22 คะแนน เส้นทางแห่งฟุตบอลโลกที่เคยวาดฝันว่าจะกลับไปแก้มือเริ่มสั่นคลอน

ให้เผอิญเหลือเกินครับที่ได้มีโอกาสรับชมการถ่ายทอดเกมนี้ เห็นฟอร์มการเล่นแล้วก็ทำให้ผมเกิดเซนส์แปลกๆ มันอาจจะเป็นไปได้ยากแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

ว่า อาร์เจนติน่า อาจจะอดไปลุย เวิลด์ คัพ ครั้งแรกในรอบ 48 ปี!

นับตั้งแต่ได้ เอดูการ์โด้ เบาซ่า เข้ามาคุมทีมเมื่อเดือนสิง หาคมปีก่อนสเน่ห์ความเป็น อาร์เจนฯ ของพวกเขาก็เริ่มหายไป จากจุดเด่นเรื่องเกมโต้กลับ อาร์เจนติน่า ในตอนนี้เหมือนทีมรวนเร ไร้ทรง เกมรุกต่างคนต่างเล่น, เกมรับสองคู่กลางอย่าง มาซัคคิโอ้ หรือ รามิโร่ ฟูเนส โมริ ก็ไม่ใช่สองเซนเตอร์ที่พึ่งพาฝากความหวังไว้ได้

แนวรุกไอ้ครั้นจะหวังพึ่ง อังเคล ดิ มาเรีย ก็คงยากเมื่อมองจากรอบกายที่เพื่อนร่วมทีมแทบไม่ได้เกื้อหนุนเลย ยามฝากบอลไปหน้าหรือกลางแนวรุกก็เสียตลอดเจอแบบนี้ต่อให้วิ่งทำทางเก่งแค่ไหนก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน

ยิ่งเกมล่าสุดพวกเขามีอันต้องไร้ “ลีโอเนล เมสซี่” ที่ติดโทษแบนยาว 4 นัดหลังไปแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับผู้ตัดสินจนอดช่วยทีมนัดสำคัญและนี่น่าจะทำให้ทัพ อาร์เจนฯ “งานเข้า” โดยตรง

ที่๋ผ่านมาแฟนบอล “ฟ้า-ขาว” อาจจะค่อนขอดว่า เมสซี่ ยามเล่นให้ทีมชาติเสมือนลืมพกเงาจากครั้งเล่นให้ บาร์ซ่า มาด้วย

แต่เชื่อเถอะหลังชมเกมนี้พนันได้เลยว่าสาวกที่ชิงชังล้วนต้อง “คิดถึง” เป็นแถบ…เพราะรูปทรงของ “ฟ้า-ขาว” ออกมาแทบ “ดูไม่จืด”

ยามไร้ เมสซี่ อาร์เจนติน่า ณ เวลานี้ก็ไม่ต่างกับทีมระดับ เกรดบีธรรมดาๆ หลังการทยอยอำลาทีมชาติของ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ หรือแข้งคนสำคัญอีกหลายคน ขุนพล อาร์เจนติน่า ชุดนี้แทบไร้สตาร์เกรดประดับทีมแม้แต่คนเดียว

เอาง่ายๆครับแค่แดนกลางเป็น กุยโด้ ปิซาร์โร่ กับ อิแวร์ บาเนก้า ก็บ่งบอกแล้วว่าทีมชุดนี้กำลังจนตรอก ยิ่งแดนหน้าใช้ ลูเซียโน่ แพร็ตโต้ กับ อังเคล คอร์เรอา จับคู่กัน..บอกได้คำเดียวว่า “บรรลัย”! (หมายถึงทีมตนเอง ฮา)

ชื่อชั้นทั้งสองอาจจะไม่ได้ดูแย่มากแต่เทียบกับหลายทีมดังอย่าง บราซิล, โคลอมเบีย หรือ ชิลี ต้องบอกว่าโคตรต่างระดับ ยิ่งพอเล่นร่วมกันแทบไม่มีการประสานงานให้เห็นเช่นเดียวกับการที่่ทั้งคู่ไม่ใช่ศูนย์หน้าจมูกไว และ ปิดบัญชีด้วยตัวยงทำให้ อาร์เจนติน่า ขาดทีเด็ดทีขาดในการทำสกอร์

ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องโทษทาง เอดูการ์โด้ เบาซ่า ที่ควร “รับผิด” ไปเต็มๆ

มีอย่างที่ไหนครับกล้าดร็อปทั้ง เซร์คิโอ อเกวโร่ และ เปาโล ดิบาล่า ไว้พร้อมๆกัน โอเคที่ ดิบาล่า อาจบาดเจ็บและไม่ฟิตเต็มร้อยตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้

แต่ กับ อเกวโร่ ที่เป็นถึงดาวยิงระดับโลก ต่อให้จะกำลังเจอมรสุมกับ แมนฯ ซิตี้ อยู่ ณ เวลานี้แต่ทว่า “เวิลด์คลาส” ก็คือ “เวิลด์คลาส” มีอยู่ไว้ย่อม “อุ่นใจ” มากกว่าแข้งไก่กา

ถึง ตรงนี้ เบาซ่า คุมทีมมาแล้ว 8 นัดพร้อมเก็บชัยชนะได้แค่ 3 แมตช์เท่านั้น ถึงช่วงหลังจะพาทีมคว่ำ โคลอมเบีย และ ชิลี ได้แต่การทำได้แค่เจ๊า เวเนซุเอล่า, เปรู รวมถึงแพ้ท้ายตารางอย่าง ปารากวัย และ โบลิเวีย ก็เป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับอยู่ดี…

และนั่นทำให้ชาติบ้านเกิดต้องพบกับหายนะเต็มๆ

นับจากนี้ อาร์เจนติน่า เหลือโปรแกรมอีกเพียงแค่ 4 แมตช์เท่านั้น สำคัญที่สุดคือพวกเขาเหลือโปรแกรมที่ต้องบุกเยือนทีมอย่าง อุรุกวัย และ เอวาดอร์ ต่อให้จะมีดวลกับ เวเนซุเอล่า และ เปรู ที่ไม่แข็งมาก แต่คุณคิดหรือว่าด้วยฟอร์มแบบนี้…พวกเขาจะ “ฝ่าฟัน” มันไปได้!??

จากรองแชมป์โลกเมื่อปี 2014 จากรองแชมป์ โคปา อเมริกา ปี 2015 และ 2016 เหมือนโชคชะตาเล่นตลกที่กับเวิลด์ คัพ รอบคัดเลือกพวกเขาต้องกระเสือกกระสนอย่างหนักพร้อมกับเจียนอยู่เจียนไปเต็มที…

ที่ผ่านมาทัพ “ฟ้า-ขาว” ก็สะบักสะบอมในรอบคัดเลือกเป็นประจำอยู่แล้วราวกับเรื่องปกติ แต่กับครั้งนี้ทุกอย่างไม่ใช่เล่นๆ ว่ากันว่าทีมชุดนี้คือขุนพลที่ดูย่ำแย่ที่สุดในรอบทศวรรษ และ กับการไร้ เมสซี่ อีก 3 เกมที่เหลือก็น่าห่วงครับว่าพวกเขาจะไปไม่รอด…

ในตอนนี้สหพันธ์ฟุตบอลอาร์เจนติน่ากำลังถกเครียดอย่างลับๆ ถ้าเป็นไปตามข่าวในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เอดูการ์โด้ เบาซ่า น่าจะโดนเด้งออกจากตำแหน่งตามคาด

แต่หากบอร์ดบริหารของประเทศยังมีมติไว้ใจ และ ให้กุนซือรายนี้รับงานต่อ…

งานนี้เตรียมเข้าสู่ “ยุคมืด” ของจริงกันได้เลย

แก๊งโจ๋กรุงเก่าดุ ไล่ฟันหัววัยรุ่น เจ็บ3 เหตุฉุนเร่งเครื่องรถเสียงดัง

หนุ่มสาวกรุงเก่าถูกทำร้ายเจ็บ เหตุเบิ้ลเครื่องรถเสียงดัง จนแก๊งโจ๋เจ้าถิ่นไม่พอใจขณะขับผ่าน ก่อนจะกรูเข้าทำร้าย

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (31 มี.ค. 60) ได้เกิดเหตุมีวัยรุ่น 3 รายถูกคน้รายใช้อาวุธทำร้ายที่ศีรษะจนได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณ ปากทางเข้าประตู วัดเสนาสนาราม หมู่ 8 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกู้ภัยจึงได้นำกำลังเข้าช่วยเหลือเป็นการด่วนเนื่องจากผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส ก่อนที่จะพ้นขีดอันตรายในเวลาต่อมา

เครื่องยนต์, ข่าวจังหวัดอยุธยา, ตีหัว

ทั้งนี้จากการสอบสวน 1 ในผู้บาดเจ็บได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้พากันไปนั่งเล่นที่ริมถนน สายอยุธยา-อ่างทอง (สายใน) หน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งระหว่างนั้นพวกตนได้เร่งเครื่องรถเสียงดังเพื่อทดสอบเสียง แต่ระหว่างนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ 5 คัน ผ่านมาพอดี ก่อนที่ผู้ขับขี่รถในกลุ่มจะเข้ามาทำร้ายพวกตน เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงพากันขี่หลบหนีแต่ไม่พ้นเพราะรถเกิดอุบัติเหตุล้ม วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวจึงกรูเข้ามาทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บในที่สุด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจากการที่ผู้บาดเจ็บเร่งเครื่องรถจนเกิดเสียงดัง ทำจนให้กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวไม่พอใจ และเข้าทำร้ายดังกล่าว ซึ่งทางตำรวจจะเร่งหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อติดตามผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ปณท. จัดสร้างแสตมป์ที่ระลึก เป็นแสตมป์ชุดที่ยาวที่สุดในโลก

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จัดสร้างแสตมป์ที่ระลึกชุด “ฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี” ความยาวถึง 170 มม. เป็นแสตมป์ชุดที่ยาวที่สุดในโลก

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) จัดสร้างแสตมป์ที่ระลึกชุด “ฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี” น้อมเกล้าฯ รำลึกในพระมหากรุณาธิคุ ณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช นำเสนอภาพมุมกว้าง

โดยมีพระบรมฉายาลักษณ์ 6 พระอิริยาบถขณะทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของศูนย์ ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 แห่งทั่วประเทศเชื่อมต่อกันแบบพาโนรามา ทำให้แสตมป์ชุดดังกล่าวมี ความยาวถึง 170 มม. เป็นแสตมป์ชุดที่ยาวที่สุดในโลก และนับเป็นแสตมป์ชุดสุดท้ายแห่ง “รัชกาลที่ 9” นอกจากนี้แสตมป์ดังกล่าวยังเป็ นสื่อเรียนรู้ที่ทรงคุณค่า สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของศูนย์ ศึกษาการพัฒนาฯ ทั้ง 6 แห่ง ผ่านคลิปวิดีโอด้วยเทคโนโลยี เสมือนจริง เพียงสแกนด้วยแอปพลิเคชั่น ASEAN Stamp บนสมาร์ทโฟน

ทั้งนี้หากประชาชนต้องการสอบถามรายละเอียด สามารถติดต่อได้ที่ THP Contact Center 1545 หรือเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 เป็นต้นไป ในราคาดวงละ 9 บาท เต็มแผ่น 5 ดวง ราคา 45 บาท ซองวันแรกจำหน่าย 18 บาท

“ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ยัน บ่อนคาสิโนเป็นของนักธุรกิจกัมพูชาไม่เกี่ยวข้องไทย ตร.ออกหมายเรียกมือโพสต์ แล้ว”

“ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ยืนยันบ่อนคาสิโนที่กำลังก่อสร้างอยู่บริเวณช่องสายตะกูจุ๊บโกกี ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้อยู่พื้นที่ฝั่งไทยและไม่มีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องตามที่มีการโพส์ตกล่าวหาในโลกโซเชียล ยันเป็นการดำเนินการของนักลงทุนชาวกัมพูชาทั้งหมด ขณะ ตร.ออกหมายเรียกมือโพส์ตกล่าวหาอดีตนักการเมืองดังเป็นเจ้าของบ่อนสอบปากคำ 2 เม.ย.นี้

(23 มี.ค.60) ความคืนหน้ากรณีที่มีผู้โพส์ตในสังคมออนไลน์ โดยมีข้อความระบุพาดพิงกล่าวหาถึงอดีตนักการเมืองชื่อดังคนหนึ่ง ว่าเป็นเจ้าของบ่อนการพนันในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ทั้งมีคนแชร์และเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก จนอดีตนักการเมืองคนดังกล่าวได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์

เพื่อเอาผิดกับผู้โพส์ตข้อความพาดพิงกล่าวหา เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา ฐานใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ทำให้บุคคลที่ถูกใส่ความได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากบุคคลที่เข้าไปดูในเฟสบุ๊กหรือไลน์ ล่าสุด พ.ต.ท.สิริพงษ์ ฤทธิ์ไธสง รอง ผกก.สอบสวน หัวหน้างานสอบสวน

สภ.เมืองบุรีรัมย์ ก็ได้ออกหมายเรียกมือโพส์ตเป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน มาสอบปากคำในวันที่ 2 เม.ย.ที่จะถึงนี้ ซึ่งหากไม่มาตามหมายเรียก ก็จะต้องออกหมายจับตามขั้นตอนต่อไปขณะที่นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุภายหลังเดินทางไปเปิดงาน “มหัศจรรย์

ของดีนครชัยบุรินทร์สู่อาเซียน ครั้งที่ 2” ที่จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด ว่า บ่อนคาสิโนที่กำลังก่อสร้างนั้นตั้งอยู่ในฝั่ง อำเภอบันเตียอัมปึล จังหวัดอุดมมีชัย ประเทศกัมพูชา ไม่ได้อยู่ฝั่งไทย ทั้งยืนยันว่าการดำเนินการบ่อนคาสิโนดังกล่าวเป็นของนักธุรกิจชาวกัมพูชาดำเนินการเองทั้งหมด

ไม่มีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องที่มีการโพส์ตกล่าวหาในโลกโซเชียล จึงขอชี้แจงให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงส่วนที่มีหลายคนมองว่าการเปิดบ่อนคาสิโนบริเวณชายแดน จะทำให้เงินไหลออกนอกประเทศมากกว่านั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดยังระบุด้วยว่า จากการวิเคราะห์การเปิดจุดผ่านแดนถาวรในหลายๆ จุดของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันตก ตะวันออก หรือภาคอีสาน

ที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น ผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการบ่อนการพนันนั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนกลุ่มๆ หนึ่งและกลุ่มเดิมๆ ที่วนเวียนไปเล่นเท่านั้น ไม่ได้กระจายไปในกลุ่มประชาชนทั่วไป จึงอยากให้มองว่าการเปิดจุดผ่านแดนจะเกิดประโยชน์ด้านการค้ามากกว่า และจะทำให้เศรษฐกิจการค้าการลงทุนมีความแข็งแกร่งมากขึ้นผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บ่อนคาสิโนดังกล่าวกำลังเร่งดำเนินการก่อสร้าง

เพื่อให้แล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการได้ในวันที่ 7 เมษายน 2560 ตามที่ฝั่งกัมพูชากำหนดไว้ และตามกระแสข่าวยังระบุว่าบ่อนคาสิโนแห่งนี้เป็นบ่อนการพนันที่ใหญ่ที่สุด ของบ่อนที่ติดแนวชายแดน และนอกจากจะมีการก่อสร้างบ่อนคาสิโนแล้ว ยังมีการก่อสร้างโรงแรมขนาดใหญ่ฝั่งตรงข้ามอีกด้วย

สมยศร้องผบ.ตร.ฟันเว็บหมิ่นอ้างเปิดบ่อน

‘พล.ต.อ.สมยศ’ เข้าร้องทุกข์ ผบ.ตร. เอาผิดเว็บไซด์หมิ่น ยันไม่เคยร่วมลงทุนเปิดบ่อนกัมพูชา แต่สนับสนุนแนวคิดให้มีบ่อน โต๊ะบอล แบบถูกกฏหมายในไทยพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

และพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษสื่อโซเชียล ที่มีการโพสต์ข้อความว่า มีอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อักษรย่อ”สพ” และ อดีตนักการเมืองของไทย ร่วมลงทุนเปิดบ่อนในประเทศกัมพูชา และในเนื้อหามีกล่าวพาดพิงสถาบันเบื้องสูง ทำให้ผู้อ่านข่าวเกิดความเข้าใจผิดและทำให้ได้รับความเสียหาย

โดย พล.ต.อ.สมยศ ระบุว่า หากเป็นประเด็นไปร่วมลงทุน ไม่ได้ให้ความสำคัญและเดือดร้อน เนื่องจากที่ผ่านตนเองสนับสนุนแนวคิดเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย และส่วนตัวเมื่อเดินทางไปต่างประเทศมักไปใช้บริการบ่อนคาสิโนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เดือดร้อนคือการกล่าวอ้างสถาบันเบื้องสูง ยืนยันว่าตนเองและครอบครัวไม่เคยมีการกล่าวอ้าง หรือกล่าวถึง

สถาบันเบื้องสูง จึงเดินทางเข้าร้องทุกข์กับทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเตรียมหลักฐานข้อมูลเว็บไซด์ดังกล่าวมาเป็นหลักฐาน พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยลงทุนเปิดบ่อนคาสิโน หรือ มีผู้ชักชวนให้เปิดบ่อนคาสิโนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยังคงยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนบ่อนการพนัน ทั้งคาสิโน และเปิดพนันฟุตบอลอย่างถูกกฎหมาย เช่นเดียวกับต่างประเทศ ซึ่งหากตนเองมีอำนาจก็พร้อมผลักดันให้เรื่องนี้ถูกกฎหมายทันที แต่ขณะนี้ ตนเองไม่มีอำนาจ จึงไม่สามารถออกมาผลักดันได้ ทำได้เพียงสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวเท่านั้น