สบายมือ! นาดาล ต้อน รามอส-บิโนลาส 2 เซตรวด ซิว มอนติ-คาร์โล พร้อมทำสถิติเพียบ

ราฟาเอล นาดาล นักเทนนิสชาวสเปน มือ 7 ของโลก หวดเอาชนะเพื่อนร่วมชาติ อัลเบิร์ต รามอส-บิโนลาส 2-0 เซต 6-1, 4-3 ในรอบชิงชนะเลิศ มอนติ-คาร์โล โรเล็กซ์ มาสเตอร์ส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา พร้อมทำสถิติคว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นสมัยที่ 10

จากชัยชนะในครั้งนี้ ทำให้ นาดาล ทำสถิติเป็นนักเทนนิสคนแรกในยุคโอเพ่น หรือนับตั้งแต่ปี 1968 เป็นต้นมา ที่สามารถคว้าแชมป์รายการเดียวกันได้ถึง 10 สมัย นอกจากนี้ยังเป็นการคว้าแชมป์ในเคลย์คอร์ตครบ 50 รายการ, แชมป์รายการที่ 70 ในอาชีพ และรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ส 1000 รายการที่ 29 อีกด้วย

ขณะที่ รามอส-บิโนลาส มืออันดับ 24 ของโลก พลาดทำสถิติเป็นนักเทนนิสคนแรกที่มาจากอันดับต่ำกว่า 20 ที่ได้ชูถ้วยแชมป์รายการนี้ นับตั้งแต่ที่ อัลเบร์โต้ มันชินี่ เคยทำได้เมื่อปี 1989 โดยเอาชนะ บอริส เบคเกอร์ ในนัดชิงชนะเลิศ ขณะที่ตนอยู่อันดับ 31 ของโลก

ลูกจ้างโหด เชือดคอแม่ค้าตลาดไทตายหน้าบ้าน ย่านปทุมธานี

ลูกจ้างโหดเชือดคอแม่ค้าตลาดไทตายหน้าบ้าน ย่านปทุมธานี ก่อนหลบหนี ตำรวจเร่งติดตาม

ร.ต.อ.สายันต์ คุณรักษ์ ร้อยเวรสอบสวนสภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งฆ่ากันเสียชีวิต ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ม.9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา ภายในรั้วบ้านตรงประตูทางออกพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย

ทราบชื่อ น.ส.พรพรรณ อายุ 47 ปี มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่ลำคอ 1 แผล หน้าท้อง 1 แผล มือทั้งสองข้างมีรอยมีดบาดคล้ายลักษณะต่อสู้กันเลือดกระจายอยู่เต็มที่เกิดเหตุ และยังพบกระเป๋าผู้ตายกระจายอยู่ที่ประตูทางเข้า นอกจากนี้ยังพบอาวุธตกอยู่ในที่เกิด และที่ห้องนอนชั้น 2 บ้านคนร้ายได้ขโมยอาวุธปืนขนาด .22 แบบแม็กกาซีนของผู้ตายไปด้วย 1 กระบอกและพยายามที่จะเปิดตู้เซฟของผู้ตายด้วย

จากการสอบถามนางสาวชมภัคมนธฑ์ อายุ 23 ปี ลูกสาวผู้ตาย ทราบว่า ขณะเกิดเหตุ น.ส.พรพรรณ อยู่ที่บ้านคนเดียว โดยที่บ้านทำอาชีพขายผักอยู่ในตลาดไทยและได้มีลูกน้องอยู่หลายคน เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาได้ไล่คนงานชื่อ นายธี สัญชาติกัมพูชาอายุประมาณ 30 ปี ออกไป 1 คน ต่อมาก่อนเกิดเหตุแม่ได้โทรศัพท์มาหาตน และมีเสียงตะโกนออกมาว่าอย่าทำกู อย่าทำกู จากนั้นก็เงียบเสียงไปตนจึงกลับมาที่บ้านก็พบว่าคุณแม่ถูกฆ่าตาย ส่วนเพื่อนบ้านเห็นว่าเมื่อช่วงบ่ายนายที ได้ปีนออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวและไปขึ้นรถบริเวณแถวตลาดไอยราหลบหนีไป

ด้าน พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี รรท. ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า คนร้ายน่าจะเข้ามาประสงค์ต่อทรัพย์และมีความโกรธแค้นกับผู้ตายอยู่แล้วจึงได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ตายจนเสียชีวิตและได้ขโมย อาวุธปืนของผู้ตายไป ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สกัดจับไว้ทุกช่องทางแล้ว สวนผู้เสียชีวิตได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่ง นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ชาวบ้านสุโขทัย บริจาคเงินช่วยจัดงานศพเด็ก เหยื่อลุงเมายาบ้าฆ่าข่มขืน

สุดเศร้า ชาวบ้านสุโขทัยบริจาคเงินช่วยจัดงานศพเด็กเหยื่อลุงเมายาบ้าฆ่าข่มขืน

นางบังอร ศาสตร์เพ็ง นางจุฑามาศ ยายและแม่ของเหยื่อฆ่าข่มขืน จากการกระทำของลุง คือ นายเอกพล ที่ติดยาบ้า ได้ทำพิธีเรียกขวัญวิญญาณน้องเบลจากที่เกิดเหตุในพงหญ้า ข้างตลาดไตรรัตน์ อ.เมือง สุโขทัย โดยการนิมนต์พระสงฆ์มาเรียกขวัญวิญญาณพร้อมเครื่องเซ่นสังเวย ตามความเชื่อเพื่อเรียกวิญาณมาทำพิธีรดน้ำศพ และตั้งศพสวดพระอภิธรรม หลังจากน้องชายผู้ตายเล่าให้ครอบครัวฟังว่าเห็นเหยื่อวิ่งเล่นอยู่ในป่า ส่วนที่ศาลาวัดคูหาสุวรรณ อ.เมือง สุโขทัย สถานที่ตั้งศพ เต็มไปด้วยความเศร้าโศก และหดหู่

ชาวบ้านที่ทราบเรื่องได้โพสท์ข้อความทางเฟซบุ๊กเพื่อขอรับเงินบริจาค ส่วนชาวบ้านที่มารดน้ำส่งวิญญาณ ต่างร่วมกันบริจาคเงินสมทบช่วยกันจัดงาน เนื่องจากเป็นครอบครัวที่ยากจน ยายมีอาชีพเก็บขยะของเก่าขาย ส่วนแม่นั้นมีอาชีพรับจ้างรายวัน มีเงินเหลือติดตัวอยู่ไม่ถึง 300 บาท และต้องเจอกับความสูญเสียจนยังไม่สามารถตั้งสติได้

ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดจากกรณีชาวบ้านรุมประชาทันฑ์นายเอกพล และจับตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจับได้ว่านายเอกพลได้ลงมือข่มขืน และฆ่าหลานสาวแท้ๆ อายุ 5 ขวบ จนสภาพศพคอหักสามารถหมุนได้รอบ มีรอยฟกช้ำทั้งสองข้างแก้มและตลอดลำคอลงมาถึงหน้าอก หลังจากควบคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานายเอกพล 4 ข้อหาคือ 1.พาเด็กอายุไม่เกิน15ปี ไปอนาจาร 2.พรากเด็กไม่เกิน 13 ปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร 3.กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย 4.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวขออำนาจศาลฝากขังต่อไป

ค้านเพิ่มหวย5ล.คู่ มอมเมาไม่แก้แพง

สนช. “มณเฑียร” ค้านเพิ่มหวยอีก 5 ล้านคู่ตั้งแต่งวดสิ้นปี ชี้แก้ปัญหาโก่งราคาแค่ข้ออ้างบังหน้า กลับทำให้ผู้ค้ารายใหญ่เข้มแข็งขึ้น ซ้ำประจานมาตรการคุมราคาไร้ผล มูลนิธิหยุดพนันระบุผลงาน คสช.ปั๊มสลากเพิ่มขึ้นเท่าตัว “ธนวรรธน์” เผยเตรียมแก้กฎหมายเพิ่มโทษต้นตอหวยชุดขู่ตัดโควตา

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ กรณี พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตรียมพิมพ์สลากเข้าสู่ระบบเพิ่มอีก 10 ล้านฉบับ เริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 30 ธันวาคม 2559 ส่งผลให้ภาพรวมของสลากเพิ่มจาก 120 ล้านฉบับ หรือ 60 ล้านคู่ เป็น 130 ล้านฉบับ หรือ 65 ล้านคู่ ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนในช่วงปีใหม่ และแก้ปัญหาสลากแพง ว่าแนวทางดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

เขากล่าวว่า การเพิ่มสลากโดยอ้างแก้ปัญหาราคาแพง แสดงว่ามาตรการจับกุมควบคุมราคาที่ผ่านมาใช้ไม่ได้ผล สำนักงานสลากฯ จึงนำเทคนิคเดิมๆ ออกมาใช้อีก เพื่อหวังผลทางการตลาด วางเป้าหมายเพื่อหารายได้เข้ารัฐ ผ่านการพึ่งพาผู้ค้ารายใหญ่ กินกันเป็นทอดๆ การแก้ปัญหาต่างๆ จะไม่มีวันจบสิ้น ผลกระทบจะตกอยู่ที่ผู้ค้ารายย่อย เพราะปรับตัวไม่ทัน กลายเป็นแค่แรงงานหรือลูกจ้าง ส่วนผู้ค้ารายใหญ่ไม่เดือดร้อนเพราะมีทุน ขณะที่รัฐบาลก็รับทรัพย์ ได้

ประโยชน์เต็มที่โดยไม่มีความเสี่ยง เพราะเอาความเสี่ยงไปโยนให้ผู้ค้ารายย่อย อีกทั้งเป็นการซ้ำเติมมอมเมาประชาชน กลุ่มเสี่ยง หรือนักเสี่ยงโชค จะเพิ่มปริมาณการซื้อสลากมากขึ้น ทั้งนี้ การเพิ่มสลากแม้จะช่วยแก้การโก่งราคา แต่ก็เป็นเพียงระยะหนึ่ง แนวทางที่ควรทำคือต้องควบคุมตั้งแต่ต้นทางให้เกิดความสมดุล การคืนรายได้สู่สังคม ปรับเปลี่ยนจากสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นสลากเพื่อสังคม ต้องพิจารณาในทุกมิติ สร้างหลักประกันคุ้มครองให้กับผู้ค้ารายย่อย ลดการพึ่งพาผู้ค้ารายใหญ่

“สลากต้องเป็นสินค้าควบคุม ไม่ใช่สินค้าเสรี เพราะประชาชนจะตกเป็นเหยื่อของการพนัน ดังนั้นอย่าปล่อยให้เลยเถิดจนควบคุมไม่ได้” นายมณเฑียรกล่าว

ด้านนายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า เข้าใจว่ารัฐบาลคงมีความจำเป็นอะไรบางอย่าง จึงเลือกวิธีการพิมพ์สลากเพิ่ม เพราะไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมาก ที่กองสลากอ้างเพื่อแก้ปัญหาสลากราคาแพง บทเรียนที่ผ่านมาชัดเจนว่า การพิมพ์สลากเพิ่มอาจช่วยให้ราคาสลากลดลงในระยะแรก แต่ไม่นานสุดท้ายก็จะกลับมาแพงอีกเหมือนเดิม เพราะต้องไม่ลืมว่า หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามา ได้มีการพิมพ์สลากเพิ่มมาแล้ว

อย่างน้อย 2 ครั้ง มีผลทำให้ประเทศไทยมีสลากมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จากเดิมก่อน คสช.เข้ามามีสลากจำหน่ายอยู่ 37 ล้านคู่ เพิ่มมาเป็น 50 ล้านคู่เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว และมาเพิ่มเป็น 60 ล้านคู่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำให้ราคาสลากตรึงอยู่ที่ 80 บาทได้จริง ตอนนี้กำลังจะเพิ่มอีก 8 ล้านคู่ เบ็ดเสร็จผลงานของ คสช.คือ ทำให้สลากเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัวจาก 37 ล้าน เป็น 68 ล้านคู่ และก็แก้ปัญหาไม่ได้อย่างยั่งยืนตามที่ประกาศนโยบายไว้

“ด้วยเหตุที่ยี่ปั๊วมีทุนและมีโครงข่ายผู้ค้าสลากโยงใยกันอยู่ การพิมพ์สลากเพิ่มกลับยิ่งทำให้ต้องพึ่งระบบยี่ปั๊วมากขึ้น ยิ่งไปเพิ่มความแข็งแรงให้ยี่ปั๊ว และคาดว่าเราจะเห็นการรวมชุดสลากขายเป็นชุดใหญ่ๆ ได้มากขึ้น กลายเป็นว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีการนี้เป็นการปราบรายย่อย แต่เพิ่มความแข็งแรงให้รายใหญ่ ขณะที่ภาพของรัฐบาลและสำนักงานสลากฯ ก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็นเสือนอนกิน” นายธนากรกล่าว

นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า ท่านนายกฯ เคยพูดว่ารัฐบาล คสช.ไม่มีนโยบายจะส่งเสริมการพนัน แต่การแก้ปัญหาราคาสลากด้วยการเพิ่มจำนวนพิมพ์ จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการเสี่ยงโชคมากขึ้นอย่างแน่นอน การอ้างว่าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ช่วงปีใหม่ที่มีความต้องการสลากจำนวนมาก ก็ไม่มีหลักประกันอันใดที่จะลดจำนวนลงมาหลังจากงวดปีใหม่นี้ ปัญหาก็จะพันเป็นงูกินหางต่อไปไม่จบไม่สิ้น

ขณะที่นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯ ได้มีการหารืออย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาสลากมีราคาแพง โดยที่ผ่านมาสามารถแก้ไขปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่ยังพบว่ามีปัญหาการจำหน่ายราคาแพงอยู่ ซึ่งสำนักงานสลากฯ จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับ หากพบการจำหน่ายราคาสูงเกินจริงก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

ทันที โดยเฉพาะสลากที่มีการนำไปรวมชุดแล้วขายในราคาที่แพงขึ้น ทั้งนี้ ในปี 2560 จะมีการหารือแนวทางแก้ไขกฎหมายที่จะมีบทลงโทษและการควบคุมผู้ค้าที่ทำการรวมชุดให้เด็ดขาดมากขึ้น หากพบว่าสลากที่รวมชุดมาจากใคร ก็จะตัดโควตารายนั้นๆ ทันที และตัดแบบถาวร แล้วนำโควตามาเปิดขายในระบบซื้อจองล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ค้าตัวจริงได้มีสลากไปจำหน่ายเพิ่มขึ้นต่อไป

นายธนวรรธน์กล่าวว่า การพิมพ์สลากงวดประจำวันที่ 30 ธ.ค.59 หรืองวดปีใหม่ ได้พิมพ์เพิ่มอีก 5 ล้านฉบับคู่ เนื่องจากพบว่าในเทศกาลปีใหม่ สลากมีการขายเกินราคา เพราะมีความต้องการสูง นอกจากเลขเด่น เลขดังแล้ว ยังเป็นช่วงที่ประชาชนซื้อสลากเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่มอบให้กัน และยังมีประชาชนบางกลุ่มไปทำบุญช่วงเทศกาลปีใหม่ก็ซื้อสลากเพื่อเสี่ยงโชค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจการจำหน่ายสลากที่ศูนย์การค้าสลากไทย สนามบินน้ำ พบว่า ราคาสลากแบบที่ขายเป็นใบ (คู่) มีราคาใบละ 80 บาท ตามที่กฎหมายกำหนด แต่สลากที่มีการรวมชุด เช่น 5 ใบ หรือ 10 ใบ มีราคาแพงกว่า โดยชุด 5 ใบ มีราคาตั้งแต่ 420 บาท จนถึง 450 บาท บางเจ้าขายถึงชุดละ 500 บาท ส่วนชุด 10 ใบ มีราคาตั้งแต่ 900 บาท จนถึง 1,000 บาท โดยผู้ค้าอ้างว่าต้นทุนสูงขึ้นจึงต้องจำหน่ายเกินราคาที่กำหนด.

ส่งฟ้อง 115 นักพนันจากการจับ 2 บ่อนแล้ว ด้าน ผบก.ยันตำรวจไม่บกพร่อง

คืบหน้ากรณีกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บุกทลายบ่อนป๊อกเด้งกลางเมืองหาดใหญ่และชานเมืองรวม 2 จุด

การพนันคืบหน้ากรณีกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บุกทลายบ่อนป๊อกเด้งกลางเมืองหาดใหญ่และชานเมืองรวม 2 จุด โดยเจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนจุดแรกภายในซอยประชารักษ์ ตึกแถว 3 ชั้น ข้างโรงแรมโกลเด้นคราวน์ ถนนประชารักษ์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ สามารถจับกุมตัวนักพนันทั้งชายและหญิงรวมจำนวน 147 คน ตรวจยึดอุปกรณ์การเล่นพนันจำนวนหลายรายการ รวมทั้งเงินสดกว่า 11 ล้านบาท และอาวุธปืน 2 กระบอก

ส่วนจุดที่ 2 บุกทลายบ่อนโปปั่นบริเวณป่าละเมาะพื้นที่ หมู่ 1 ถนนคึกฤทธิ์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จับกุมนักพนันได้ทั้งชายและหญิง รวม 23 คน ตรวจยึดอุปกรณ์การเล่นพนันโปปั่นได้หลายการ เงินสดจำนวนหนึ่ง และรถจยย.จำนวน 40 คัน รถยนต์ 20 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถที่ถูกนำมาจำนำไว้กับบ่อน

พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้เร่งรวบรวมสำนวน เพื่อส่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว ซึ่งมีนักพนันทั้งชายและหญิง ที่ได้ให้การรับสารภาพแล้วจำนวน 115 คน และยังมีอีก 32 คนยังให้การปฎิเสธว่าไม่ได้เล่นการพนัน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานและเด็กเสิร์ฟในบ่อน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งฟ้องเฉพาะผู้ต้องหาที่ให้การรับสารภาพแล้ว โดยมีนักพนันทั้งชายและหญิง รวม 115 คนในข้อหาร่วมกันกับพวกที่ยังหลบหนีลักลอบเล่นการพนัน(ป๊อกเด้ง-โปปั่น)เอาทรัพย์สิน ส่วนที่ยังให้การปฎิเสธอีก 32 คน เจ้าหน้าที่ได้ให้ผัดฟ้องออกไปก่อน พร้อมทั้งอนุญาตให้ประกันตัวออกไป

ด้านพล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ยังไม่พบข้อบกพร่องหรือกระทำผิดต่อหน้าที่ ของตำรวจ สภ.หาดใหญ่ แต่อย่างใด จึงไม่จำเป็นต้องมีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าขณะบุกทลายบ่อนดังกล่าวมีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกัน 3 ฝ่ายทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง จึงไม่ถือว่าตำรวจมีความบกพร่องต่อหน้าที่แต่อย่างใด

“นิตย์รดี” ซิวอันดับ 7 โลก คลาสสิคสลาลมจูเนียร์ศึกฟรีสไตล์สเก็ตชิงแชมป์โลก

นิตย์รดี กลายสุวรรณ นักฟรีสไตล์สเก็ต คว้าอันดับที่ 7 รายการ “เวิล์ด อินไลน์ ฟรีสไตล์ แชมเปี้ยนชิพ แบงค็อก 2016” ที่จัดขึ้นครั้งแรก ครั้งแรกในประเทศไทย อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย

การแข่งขันกีฬา ฟรีสไตล์สเก็ต ชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 10 รายการ “เวิล์ด อินไลน์ ฟรีสไตล์ แชมเปี้ยนชิพ แบงค็อก 2016″ ( 10TH WORLD INLINE FREESTYLE CHAMPIONSHIPS BANGKOK 2016) ครั้งแรกในประเทศไทย ที่สนับสนุนโดย บริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และมีเหล่านักกีฬาชั้นนำจาก 24 ประเทศรวมกว่า 250 คน เข้าร่วมชิงชัยในช่วงระหว่างวันที่ 18-21 พฤศจิกายน 2559 ที่ อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา เป็นการชิงชัยในวันที่ 2 โดยไฮไลต์อยู่ที่การชิงชัยในประเภท คลาสสิค สลาลม จูเนียร์ หญิง ซึ่ง 5 นักกีฬาโรลเลอร์สเก็ตสาวดาวรุ่งทีมชาติไทย ประกอบด้วย นิตย์รดี กลายสุวรรณ, ลลิดา โมกขรัตน์, ศศิกานต์ คงปาน, ศิรินทร์ทิพย์ รักอักษร และ ภคพร หรุ่นลี ลงล่าแชมป์รายการ ปรากฎว่า 5 นักกีฬาดาวรุ่งทีมชาติไทยสามารถทำผลงานได้ดีสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ทุกคน โดย นิตย์รดี กลายสุวรรณ เป็นนักกีฬาไทย ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของการแข่งขันโดยโชว์ลีลาเล่นโรลเลอร์เบลดคว้าอันดับ 7 ของโลกมาครองได้สำเร็จส่วนนักกีฬาไทย คนทำผลงานได้ดีไม่แพ้กัน ลลิดา ได้อันดับที่ 8 , ศิรินทร์ทิพย์ จบอันดับ 10, ศศิกานต์ อันดับ 15 และ ภคพร ได้อันดับที่ 17 ของการแข่งขัน ขณะที่ แชมป์ตกเป็นของ โซเฟีย บ็อกดาโนว่า จากประเทศรัสเซีย, อันดับ 2 เฟ่ง ฮุย จากประเทศจีน และ อันดับ 3 เบา หยี่ เฟน จากประเทศจีน

ส่วนในประเภทคู่สลาลม ซีเนียร์ รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งไทย ส่งคู่ของ อังกฤษ ศิษย์ประเสริฐ, ธนโชติ วณิชยาไพสิฐ ลงไล่ล่าแชมป์ร่วมกันนักกีฬาระดับแถวหน้าของโลกซึ่ง คู่นักกีฬาโรลเลอร์สเก็ตทีมชาติไทย พยายามโชว์ลีลาอย่างเต็มที่สามารถคว้าอันดับ 7 ของโลกมาครองได้เช่นกัน ส่วนตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของคู่ของ เดกลี อกอสตินี่ วาเลซิโอ กับ กัซลันดี โลเรนโซ่ จากอิตาลีที่สามารถโชว์ลีลาได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ อันดับ 2 ยี เห่า คิน กับ เซียง เห่า จากประเทศจีน และ อันดับ 3 มัซซึโยชิ ชิบากากิ กับ ตาอิกิ ชิบากากิ จากประเทศญี่ปุ่น

ขณะเดียวกันในประเภท คลาสสิค สลาลม ซีเนียร์ “น้องอินซ์” กันต์ชนก สว่างศรี นักโรลเลอร์สเก็ตดีกรีรองแชมป์เอเชียคนล่าสุด ล่าสามารถทำผลงานได้ดีเช่นกัน พร้อมทำผลงานโชว์ลีลาเล่นโรลเลอร์เบรดทำผลงานฝ่าด่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ และมีลุ้นที่คว้าเหรียญรางวัลให้ประเภทนี้ให้กับประเทศไทยอีกด้วย

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันกีฬา ฟรีสไตล์สเก็ต ชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 10 รายการ “เวิล์ด อินไลน์ ฟรีสไตล์ แชมเปี้ยนชิพ แบงค็อก 2016″ ในวันที่ 20 พ.ย. 2559 จะมีการชิงชัยทั้งสิน4 ประเภท ดังนี้ ประเภท แบทเทิล สลาลม จูเนียร์หญิง, แบทเทิล สลาลม จูเนียร์ชาย, แบทเทิล สลาลม ซีเนียร์หญิง, และ แบทเทิล สลาลม ซีเนียร์ โดยรอบชิงชนะเลิศ จะเริ่มในเวลา 14.45 น. เป็นต้นไป

บิ๊กต๊อดเตรียมส่ง 2 นักสเก็ตบอร์ดไทย ล่าคะแนนสะสมรายการใหญ่

สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานโดย คุณปิติ ภิรมย์ภักดี นายกสมาคมฯ เตรียมส่ง “โอ๊ต” อธิวัฒน์ เรืองศรี และ “เพชร” ณภัทร์ วิจิตรจรุง 2นักกีฬาสเก็ตบอร์ตทีมชาติไทย พร้อม ณรงค์ ตันพงศ์ ซึ่งเป็นผู้ตัดสินของไทยได้รับการรับรองจากสหพันธ์ฯ เดินทางเข้าร่วมแข่งขันสเก็ตบอร์ดชิงแชมป์เอเชีย” การแข่งขันสเก็ตบอร์ดชิงแชมป์เอเชียรายการ Asian Skateboard Championship 2016 (ASC) ที่ สหพันธ์สเก็ตบอร์ดสากลInternational Skateboarding Federation (ISF) ร่วมกับ สหพันธ์กีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งเอเชีย (AXF) จัดขึ้นในช่วงระหว่าง 25-27 พ.ย. นี้ ที่ สนาม SMP นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

ความเคลื่อนไหวด้านการเตรียมความพร้อมของ 2 นักสเก็ตบอร์ดทีมชาติไทยที่จะเป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันในศึกชิงแชมป์เอเชีย “บิ๊กต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี นายกสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในเวลานี้นักกีฬาสเก็ตบอร์ดตัวแทนทีมชาติไทยทำการเก็บตัวฝึกซ้อมกันอย่างหนักเพื่อเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นรายการแข่งขันเพื่อจัดอันดับนักสเก็ตครั้งแรกในเอเชียประจำปี 2016 เพื่อหานักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ 2018 และ โอลิมปิกเกมส์ 2020 เป็นครั้งแรก พร้อมกันนี้และยังเป็นการคัดเลือกยอดนักสเก็ตที่ดีที่สุดของเอเชีย 2 คน ได้สิทธิไปเข้าแข่งขันในรายการ ISF SLS Pro Open 2017 ที่ บาร์เซโลน่า ประเทศ สเปน ซึ่งเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้นักสเก็ตบอร์ดทั่วโลกได้ไปเข้าร่วมการแข่งขันในระดับ Pro Circuit ของสหพันธ์และการแข่งขันชิงแชมป์โลกต่อไปอีกด้วย

“ส่งผลให้เวลานี้สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย ไม่นิ่งนอนใจ ได้มีประชุมวางแผนงานในการพัฒนาไว้ในระยะยาว 4 ปี เพื่อพัฒนานักกีฬาแถวหน้าของเมืองไทยและนักกีฬาดาวรุ่งของเราอย่างเต็มที่โดยมีเป้าหมายหลักคือพานักกีฬาไทยสู่การแข่งกันกีฬา เอเชี่ยนเกมส์2018 และโอลิมปิกเกมส์ 2020 และผลักดันกีฬาสเก็ตบอร์ดในเมืองไทยให้เป็นกีฬามวลชนที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นทั่วประเทศซึ่งทางสมาคมฯกำลังศึกษาโครงการทำศูนย์ฝึกนานาชาติ (Skate Academy) ที่สิงห์พาร์ค เชียงราย ซึ่งจะเป็นศูนย์ฝึกระดับโลก รับรองโดย สหพันธ์ฯอยู่ในขณะนี้ด้วย

นายกเอ๊กซ์ตรีม ยังกล่าวต่ออีกว่า “ส่วนในแมทช์การแข่งขันชิงแชมป์เอเชียในครั้งนี้ นักกีฬาของเราได้มีการเตรียมตัวกันอย่างต่อเนื่องและทางสมาคมฯมุ่งหวังว่านักกีฬาของทั้ง 2 คนจะสามารถทำผลงานได้ดีถึงแม้ว่าในรายการนี้ นักกีฬาเราจะเสียเปรียบทาง นักกีฬาเจ้าภาพคือ จีน ที่ได้ซ้อมอยู่เป็นประจำก็ตาม แต่ตนยังเชื่อมั่นว่าด้วยศักภาพของนักกีฬาของเรานั้นมีศักยภาพไม่แพ้นักกีฬาชาติอื่น เพราะที่ผ่านมาสมาคมฯได้ส่งนักกีฬาสเก็ตบอร์ดของเราไปเก็บตัวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จนทำให้ช่วงก่อนหน้านี้ทั้ง อธิวัฒน์ และ ณภัทร์ สามารถผลงานได้ดีทีเดียว สนามการแข่งขันในรายการระดับโปรเซอร์กิตที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยอธิวัฒน์ สามารถคว้า อันดับ 3 ส่วนณภัทร์ คว้าอันดับ 3 ในการแข่งขันเอเชี่ยนบีชเกมส์มาครอง ทำให้ตนมันใจว่านักกีฬาของเราจะทำผลงานออกได้ดีอย่างแน่นอน”

‘ธาริต เพ็งดิษฐ์’ ถูกไล่ออกราชการแล้ว ปปช.ชี้มูลร่ำรวยผิดปกติ

ป.ป.ช. เผย สำนักนายกฯไล่ “ธาริต เพ็งดิษฐ์” ออกจากราชการแล้ว หลังถูกชี้มูลความผิดร่ำรวยผิดปกติอาจถูกอายัดทรัพย์สินอีกประมาณเกือบ 100 ล้านบาท

แหล่งข่าวระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ภายหลัง ป.ป.ช. ส่งหนังสือ กรณีชี้มูลความผิดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อลงโทษไล่ออก นายธาริตเนื่องจากร่ำรวยผิดปกติ ออกจากราชการนั้น ฝ่ายเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ตอบกลับมาว่า ให้ส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาสำนักนายกรัฐมนตรีแทน เนื่องจากแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผู้บังคับบัญชาทุกส่วนราชการทั้งหมด แต่ผู้บังคับบัญชาสำนักนายกรัฐมนตรี คือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของนายธาริต สำนักงาน ป.ป.ช. จึงส่งหนังสือให้ลงโทษไปยังผู้บังคับบัญชาของสำนักนายกรัฐมนตรีอีกรอบหนึ่ง ล่าสุดเท่าที่ทราบข่าวคือ มีการไล่นายธาริต ออกจากราชการแล้ว

สำหรับนายธาริต ถูกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2557 โดยหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีคำสั่งให้นายธาริต มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน และให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) มาปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกหน้าที่หนึ่งแทน

นอกจากนี้ นายธาริต ยังถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติกว่า 346 ล้านบาท เบื้องต้นอายัดทรัพย์สินไปแล้วประมาณ 90 ล้านบาท และปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนขยายผลเพิ่มเติม โดยมีวงเงินที่อาจถูกอายัดทรัพย์สินอีกประมาณเกือบ 100 ล้านบาท

3โจ๋ซิ่งจยย.โยนบึ้มหน้าสน.ห้วยขวางกลางดึก

3 วัยรุ่น ซิ่ง จยย. โยนวัตถุคล้ายระเบิด หน้า สน.ห้วยขวาง กลางดึก ตำรวจเร่งหาพยานหลักฐานเก็บลายนิ้วมือ

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุมีคนร้ายโยนวัตถุคล้ายระเบิด บริเวณริมถนนประชาสงเคราะห์ 32 ด้านหน้า สน.ห้วยขวาง เขตดินแดง กทม. ที่เกิดเหตุพบเศษชิ้นส่วนคล้ายขวดน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ ทำด้วยวัสดดุพลาสติก แตกกระจัดกระจายทั่วพื้นถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง จึงนำกรวยมาปิดกั้นการจราจรบริเวณด้านหน้า สน.ห้วยขวาง 1 ช่องทาง และให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เก็บรวบรวมเป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เวลา 00.49 น. พบคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น อายุประมาณ 20 ปี จำนวน 3 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มาด้วยกัน 1 คัน โดยคนขับสวมเสื้อลายพรางทหารสีเขียว ขับมุ่งหน้าเข้ามาภายในซอยประชาสงเคราะห์ 32 ผ่านหน้า สน.ห้วยขวาง จังหวะขับผ่านคนซ้อนท้ายได้โยนวัตถุบางสิ่งบางอย่างลงไปที่ริมถนน และคล้อยหลังไม่นานได้เกิดระเบิดขึ้น มีกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งขั้นมาเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูตรหลักฐานเก็บหลักฐานไปตรวจดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือ แรงดัน สารที่ใช้เป็นวัตถุระเบิด อย่างไรก็ดีขอเวลาทางตำรวจทำงานก่อน หลังจากนี้จะเร่งตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย เพื่อติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุดเถื่อน! คนร้ายใช้ปืนจี้หัว ชิงทรัพย์แม่นักมวยดัง ดีกรีแชมป์โลก

สุดเถื่อน! คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ แม่ของนักมวยชื่อดัง ดีกรีแชมป์โลก ก่อนซิ่งจยย.หลบหนี

วันนี้(24 เม.ย.) เวลา 00.30 น. พ.ต.ต.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ เหตุเกิดภายในซอย 14 บุญสัมพันธ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นซอยเปลี่ยวไม่มีแม้แต่ไฟส่องสว่าง โดยมีนางปราณี กลิ่นมี อายุ 48ปี เป็นผู้เสียหายให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูกคนร้ายสองคนใช้อาวุธปืนจี้บังคับเอาเงินไปจำนวน 19,000 บาท และโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง จากนั้นก็พากันซิ่งจยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

จากการสอบถามนางปราณี ทราบว่าระหว่างที่ตนเองได้ขับขี่จยย.เข้ามาภายในซอยดังกล่าวมีชายวัยรุ่น 2 คนรูปร่างเล็ก คนขับสวมเสื้อสีขาว คนซ้อนสวมเสื้อสีแดง สวมหมวกกันน็อคนิรภัยปิดังใบหน้า เข้ามาปาดหน้ารถของตนจนเสียหลักเข้าข้างทาง คนซ้อนท้ายก็ชักปืนออกมาจ่อที่ศีรษะของตนเองแล้วบังคับให้ส่งทรัพย์สิน ภายในผ้ากันเปื้อนไป ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ตนเองนั้นไปขายข้าวแกงกลับมา

ทั้งนี้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีไปแต่ก็ไร้วี่แวว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบหาเบาะแสของคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด เนื่องจากการก่อเหตุอย่างอุกอาจและป่าเถื่อนเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า นางปราณี (ผู้เสียหายนั้น) เป็นมารดาของ นายสุดสาคร ส.กลิ่นมี นักมวยชื่อดังระดับประเทศ เป็นนักมวยผู้ครองแชมป์โลกรายการเวิลด์คิกบ็อกซิ่งเน็ตเวิร์กมวยไทยรุ่นเวลเตอร์เวท วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555