ทาร์ซานหนุ่มโผล่ลพบุรี หนีอาศัยอยู่บนต้นไม้ หลังถูกไล่ที่

หนุ่มลพบุรีถูกไล่ที่แต่ไม่ท้อ หนีไปอยู่บนต้นไม้กลายเป็นทาร์ซานจับปลาเป็นอาหาร วอนผู้ใจบุญบริจาคแผ่นพลาสติกไว้ทำหลังคา รับมือฤดูฝนที่จะมาถึง

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.ลพบุรี ได้เกิดเรื่องราวสุดแปลกขึ้น เมื่อพบคนสร้างบ้านพักอาศัยอยู่บนต้นไม้คล้ายกับซาทาน ที่บริเวณริมถนนสายลพบุรี-บ้านหมี่ ในพื้นที่ ต.โคกกระเทียม อ.เมืองลพบุรี ทราบชื่อคือ นายณัฐพงษ์ หรือเอ็กซ์ อารีย์เพิ่มวิพะวานี อายุ 47 ปี


ทั้งนี้จากการสอบถามสาเหตุ ถึงการไปปลูกบ้านอยู่บนต้นไม้ นายนายณัฐพงษ์ เผยว่า ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่กับพ่อ ที่บ้านเลขที่ 84 ม.10 ต.ท่าแค อ.เมือง จ.ลพบุรี ต่อมาถูกไล่ที่จึงไปอาศัยกับญาติซึ่งอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่มีคนมากทำให้เกิดความเกรงใจ

กระทั่งเมื่อปลายปี 2559 ขี่รถจักรยานผ่านมาพบต้นหางนกยูงต้นนี้มีขนาดใหญ่แผ่กิ่งออกไปเป็นวงกว้าง ประกอบกับอยู่ติดคลองส่งน้ำมีกุ้งหอยปูปลาอุดมสมบูรณ์ จึงตัดสินใจสร้างบ้าน บนต้นไม้ใช้พักอาศัย ดำรงชีพด้วยการจับ สัตว์น้ำเป็นอาหาร และรับจ้างทั่วไปนำเงิน มาซื้อข้าวสาร และของใช้ในชีวิตประจำวัน บางส่วนเทศบาลตำบลท่าแค และผู้ที่ใจบุญบริจาคมาให้

ซึ่งตอนแรกก็มีความกลัวอยู่บ้าง แต่พออยู่ไปสักระยะก็ชิน อีกทั้งยังดีกว่าจะมาคอยระวังสัตว์เลื้อยคลาน หากอาศัยอยู่ด้านล่าง แต่กระนั้นยังมีความกังวลเรื่องฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง จึงอยากจะได้แผ่นพลาสติกมาทำหลังคาป้องกันฝนและรูรั่ว กลัวว่าหากฝนตกหนักฟางข้าวที่ใช้เป็นหลังคาและผนังจะอุ้มน้ำไว้เยอะจนน้ำหนักมาก

สำหรับบ้านต้นไม้ดังกล่าว ถูกสร้างอยู่บนกิ่งต้นหางนกยูงที่กำลังออกดอกบานเต็มต้นที่ความสูงประมาณ 5 เมตร มีโครงสร้างเป็นไม้คลุมด้วยฟางข้าว ปิดทับด้วยพลาสติกและป้ายไวนิลที่เก็บมา เพื่อป้องกันน้ำค้างและน้ำฝน

ฮือฮา เด็กเล่นน้ำเหมือนถูกดึงขา ดำไปดูเจอรูปปั้นเจ้าแม่นาคี

ชาวบ้านฮือฮา รูปปั้นเก่าแก่โผล่ขึ้นลำน้ำชีขอนแก่น ชาวบ้านแห่กราบไหว้ขอโชคลาภกันอย่างเนืองแน่น เชื่อว่าเป็นพระนางอุมาราวดี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด

สืบเนื่องจากเฟซบุ๊ค บุญตา สุดโต ได้ลงข้อความในโลกโซเชียลว่า พบพระพุทธรูปมีพญานาคปกป้องคุ้มครอง 1 องค์ ได้นำขึ้นมาจากลำน้ำชี ในเขตพื้นที่บ้านชีวังแคน หมู่ 13 ต.สวนหม่อน อ.มัญจาคีรนี จ.ขอนแก่น ซึ่งได้นำมาตั้งบวงสรวงอยู่ในวัดป่าสวรรค์คงคาราม จึงได้ไปตรวจสอบในสถานที่ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าตรงหน้าอุโบสถ มีชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันมาดูและกราบไหว้อย่างเนืองแน่นตลอดเวลา โดยด้านหน้าอุโบสถจะเขียนว่า “ขอเชิญบริจาคดอกไม้, ธูป, เทียน เพื่อสมทบทุนสร้าง “หอโฮง” ให้พระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด”

เมื่อเข้าไปในอุโบสถพบว่า มีพระอาจารย์ประเสริฐ คุณสุวณโณ อายุ 47 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าสวรรรค์คงคาราม ได้จัดตั้งให้มีการทำพิธีบวงสรวงพระพุทธรูปพระนางอุมาราวดีเทวี โดยพระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด เป็นพระพุทธรูปที่มีอายุประมาณ 100 กว่าปี พระนางนั่งพับเพียบทรงศีล มีพญานาคอยู่ด้านหลัง ชูเศียรปกป้องคุ้มครอง ความสูง 13 นิ้ว ฐาน 6 นิ้ว ความยาว – กว้าง 6 คูณ 6 นิ้ว อยู่บนถาดเงินและลอยอยู่ในอ่างบัวขนาดเล็ก

แม่ของ ด.ช.ตุ้ย อายุ 12 ปี บอกว่า ในช่วงเย็นวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ลูกชายได้ไปเล่นน้ำในลำน้ำชีที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 10 เมตร ซึ่งน้ำมีไม่มากนัก พบมีกระทงบวงสรวงพญานาค 9 ตัว 9 เศียรลอยอยู่ตรงบริเวณนั้น โดยไม่มีใครทราบว่าลอยมาจากไหน และมาอยู่ในจุดดังกล่าวได้อย่างไร

ด.ช.ตุ้ยพร้อมเพื่อนจึงได้ลงเล่นน้ำตรงนั้น แต่เพื่อนบอกว่ามีขาข้างหนึ่งเหมือนถูกดึง ด.ช.ตุ้ยจึงดำลงไปดูก็พบว่าเพื่อนเหยียบรูปปั้นอยู่ ด.ช.ตุ้ยจึงได้นำขาเพื่อนออกมา แล้วก็อุ้มสิ่งของดังกล่าวขึ้นมาไว้บนริมฝั่ง เมื่อเห็นเต็มตา ด.ช.ตุ้ยเชื่อว่าเป็น เจ้าแม่นาคี ก็กราบไหว้แล้วก็ไปเรียกผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับชาวบ้านมาตรวจดู และพิสูจน์ว่าสิ่งที่พบ ต้องมีอะไรแน่ ทำไมดึงขาเพื่อนให้จมลงไปในน้ำได้

นายสุรพล ศรีบุญเรือง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 จึงเล่าต่อว่า หลังจากได้พบเห็นพระนางอุมาราวดีเทวีในลำน้ำชีแล้ว จู่ๆ ก็มีหมอพราหมณ์เดินทางมาจาก อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น มาที่วัดพร้อมกับขอทำพิธีเรียกเทพพญานาคจากวัดป่าคำชะโนดมาประทับ แล้วก็บอกว่าเป็นพญานาคที่ชื่อว่า “พระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด” มาตามหาลูกชายในสถานที่ดังกล่าว พร้อมกับบริวารอีก 5 ตัว ตอนนี้ได้พบลูกชายแล้ว และจะขออยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ไปอีก 2-3 ปี ก็จะขอกลับไปที่วัดป่าคำชะโนด จ.อุดรธานี เพื่อให้ชาวบ้านและคนที่เคารพศรัทธาปู่ศรีสุทโธได้กราบไหว้ อยู่ร่มเย็นเป็นสุขมั่งมีเงินทอง โดยเฉพาะชาวบ้าน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ที่ประสบภัยแห้งแล้งมาโดยตลอด

ชาวบ้านที่ทราบข่าวพบรูปปั้นเจ้าแม่นาคี หรือ พระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด ในลำน้ำชี อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ได้ทยอยมากราบไหว้อย่างเนืองแน่น ตลอดทั้งวัน เพราะเชื่อว่าเป็นจริงตามความเชื่อและความศรัทธา จึงได้มากราบไหว้อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าจะโชคลาภเช่นกัน

รพ.ตากสิน นำร่องโครงการ “กทม.ใส่ใจวัย 80 ปี” เปิดช่องพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ

โรงพยาบาลตากสิน นำร่อง โครงการการ “กทม.ใส่ใจวัย 80 ปี” เปิดช่องทางพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ

วันนี้ ( 8 พ.ค.60 ) นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดและเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการ “กทม.ใส่ใจวัย 80 ปี” ณ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 โรงพยาบาลตากสิน

เนื่องด้วยปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในกรุงเทพฯ เองมีผู้สูงอายุประมาณ 820,000 คน คิดเป็นร้อยละ 17 ของประชากรทั้งหมด นับว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว ทางกรุงเทพมหานคร โดย พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงมีนโยบายดูแลผู้สูงอายุ ให้มีวามสุข สามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ ส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดี Bangkok Special Care การดูแลผู้สูงอายุเป็นพิเศษ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วและความใส่ใจในบริการทางการแพทย์ สาธารณสุข และการดูแลด้านอื่น ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ

โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร มีความพร้อมให้บริการตามนโยบายดังกล่าว จึงให้โรงพยาบาลตากสิน เป็นโรงพยาบาลนำร่องจัดสร้างห้องตรวจ กทม. ใส่ใจวัย 80 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุวัยปลาย มีความเปราะบางและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ระหว่างรอคอยเพื่อรับบริการทางการแพทย์ หากผู้สูงอายุที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว เข้ารับบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาล จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและช่วยเหลือทันที ไม่ต้องรอคิวใด ๆ ตั้งแต่การจัดทำบัตรผู้ป่วย การยื่นบัตร การพบแพทย์ (รวมถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจพิเศษอื่น ๆ ก่อนพบแพทย์) ระบบการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อพบแพทย์เฉพาะสาขา การรอรับยา ซึ่งถือเป็นการช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับความสะดวกในการรับบริการของโรงพยาบาลมากขึ้น

โรงพยาบาลทั้ง 9 แห่งในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานครได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ โรงพยาบาลลาดกระบัง โรงพยาบาลสิรินธร และโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ได้ขานรับนโยบายดังกล่าว และเปิดช่องทางพิเศษเพื่อให้บริการดังกล่าว โดยใช้โรงพยาบาลตากสินเป็นที่เปิดตัวโครงการนี้ โดยมีการใช้ Mascot คุณตา “สุขกาย” คุณยาย “สุขใจ” เป็นสัญลักษณ์การประชาสัมพันธ์โครงการนี้ในทุกโรงพยาบาล

แฟนต้า ชวนคนโชว์ของ ออกแบบขวดใหม่ให้ ‘แฟนต้า ขวดทวิสต์’

‘แฟนต้า’ จัด “แฟนต้า ทวิสต์ พาร์ค” ชวนวัยทีนมาโชว์ของ ครีเอตลวดลายให้ ‘แฟนต้า ขวดทวิสต์’ ในสไตล์ของตัวเอง ผ่านเทคโนโลยี VIRTUAL REALITY สุดล้ำ

“แฟนต้า” จัดงาน “แฟนต้า ทวิสต์ พาร์ค” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Twist Parc, Fun with A Twist” เปิดตัว “แฟนต้า ขวดทวิสต์” ที่มาในรูปแบบขวดทวิสต์บิดเป็นเกลียว ที่ได้แรงบันดาลใจจากรสชาติแฟนต้าแสนอร่อยที่ทำให้อยากบิดขวดดื่มจนหยดสุดท้าย พร้อมชวนวัยรุ่นมาครีเอตลวดลายบนแฟนต้า ขวดทวิสต์ ผ่านเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) กับการออกแบบ 360 องศา ได้ขวดที่ไม่ซ้ำใคร ในสไตล์ของตัวเอง พร้อมรับกลับบ้านเป็นที่ระลึก

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ‘แฟนต้า ทวิสต์ พาร์ค’ มีไฮไลต์คือโซนสนุกสุดทวิสต์ ได้แก่

โซนที่ 1: ‘FANTA Twist VR Studio’ ให้วัยทีนได้ครีเอตลวดลายบนขวดแฟนต้า ด้วยแว่น VR ผู้เล่นจะได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ 360 องศาแห่งโลกเสมือนจริงสามมิติ พร้อมทั้งยังสร้างสรรค์ลวดลายได้ตามจินตนาการ ในสไตล์ของตัวเอง และรอรับขวดแฟนต้าโฉมใหม่ที่ตัวเองออกแบบกลับบ้านได้เลย

โซนที่ 2: ‘FANTA Twist Drag & Drop’ สามารถแวะมาออกแบบลวดลายลงบนขวดแฟนต้าอย่างง่ายๆ ใช้เวลาไม่กี่นาที เพียงใช้ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอ นอกจากนี้ผลงานที่ทุกคนออกแบบทั้งที่ผ่านแว่น VR และบูธ Drag & Drop จะถูกฉายบน LED screen ที่จัดไว้ในโซนแกลลอรี่ภายในงานอีกด้วย

สำหรับแฟนๆของแฟนต้าทุกคนที่เข้ามาร่วมครีเอทลวดลายให้แฟนต้าขวดทวิสต์ จากทั้งที่งาน “แฟนต้า ทวิสต์ พาร์ค” และทาง “Fanta microsite” ลุ้นโชว์ผลงานซ่าออกสื่อ โดยแฟนต้าจะคัดเลือกผู้ที่สามารถออกแบบแฟนต้าขวดทวิสต์ได้สนุกซ่า มีสีสันและมีความทวิสต์โดดเด่นที่สุด 20 คน นำผลงานที่ครีเอทพร้อมโฉมหน้าผู้สร้างสรรค์ โปรโมทขึ้นจอ LED สกรีนขนาดยักษ์ใจกลางสยามแสควร์ รวมทั้งโปรโมทผลงานผ่านแฟนต้าเฟสบุ๊คแฟนเพจ สื่อโฆษณาของแฟนต้า และรวมถึงสื่อ out-of-home ต่างๆ มากมาย สำหรับงานจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 3 – 7 พฤษภาคมนี้ ณ ลานเอเทรี่ยม 1 สยามเซ็นเตอร์