5 ทีมดังลีกผู้ดี ตกสวรรค์เพราะถังแตก

ทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง กว่าที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จได้ ทั้งในแง่ของถ้วยรางวัล และรายได้มหาศาลนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

ซึ่งต้องอาศัยความอดทนอย่างสูง ใช้เวลานานเป็นปีๆ กว่าที่สโมสรนั้น จะสร้างความแข็งแกร่งมากพอ จนทำให้สโมสรสามารถยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง

เกมกีฬาฟุตบอลสมัยใหม่ ที่ผูกติดกับคำว่า “ธุรกิจ” แน่นอนว่า แทบทุกสโมสรต้องทำทุกทาง เพื่อหารายได้จุนเจือเข้าสโมสรมาให้มากที่สุด

แต่พอมีรายได้เข้ามาแบบมหาศาล บางสโมสร กลับใช้จ่ายเกินตัว เช่น ซื้อนักเตะราคาแพง ประเคนค่าจ้างแบบไม่ลืมหูลืมตา ซะอย่างนั้น จนท้ายที่สุด จากทีมที่เคยยิ่งใหญ่คับฟ้า กลับกลายมาเป็นทีม “ล้มละลาย” อย่างไม่น่าเชื่อ

วันนี้ เราจะมารวบรวม 5 สโมสรดังในอังกฤษ ที่เคยตกอยู่ในสภาพถังแตก และชีวิตในปัจจุบันของสโมสรเหล่านี้กัน

1. วิมเบิลดัน
“เดอะ เครซี่แก๊ง” เคยมีอดีตสุดแสนยิ่งใหญ่ ด้วยการพลิกล็อก น็อกลิเวอร์พูล คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 1988 ด้วยสไตล์การเล่นที่โดนวิจารณ์แหลก
แต่จุดเปลี่ยนแห่งความล่มสลาย เกิดขึ้นเมื่อ แซม แฮมมัม ประกาศขายทีม จนกระทั่งในฤดูกาล 1999-2000 พวกเขาต้องตกชั้นจากลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 14 ปี หลังจากนั้น บอร์ดบริหารชุดใหม่ บริหารงานแบบจับต้นชนปลายไม่ถูก ที่สุดต้องแก้ปัญหา ด้วยการย้ายรังเหย้าของทีมไปอยู่ที่อื่น สร้างความไม่พอใจให้แฟนพันธุ์แท้ของทีมเป็นอย่างยิ่ง
ปัจจุบัน : วิมเบิลดัน ยุคดั้งเดิม ไม่มีอยู่ในสารบบฟุตบอลลีกของอังกฤษแล้ว นับตั้งแต่ปี 2004 และเปลี่ยนชื่อเป็น มิลตัน คีนส์ ดอนส์ ส่วนแฟนบอลวิมเบิลดันเดิมบางส่วน ได้ไปตั้งสโมสรใหม่ ใช้ชื่อว่า เอเอฟซี วิมเบิลดัน

2. โบลตัน วันเดอเรอร์ส
เหตุแห่งความหายนะของ “เดอะ ทร็อตเตอร์” เกิดขึ้นเมื่อปี 2012 พวกเขาต้องเสีย แกรี่ เคฮิลล์ ไปตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาล และสุดท้ายต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกด้วยการจบอันดับ 18
แถมปัญหาหนี้สินคงค้างของ โบลตัน นั้น มีมากถึงประมาณ 200 ล้านปอนด์ แถมยังถูกแบนห้ามซื้อนักเตะ เพื่อควบคุมการเงินอีกด้วย ทำให้พวกเขามีแต่ตกต่ำลงเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย แต่ล่าสุด ตกเป็นข่าวว่า กลุ่มทุนจากซาอุดิอารเบีย มีแผนจะซื้อสโมสร หอบเงินเพื่อช่วยพาทีมกลับสู่พรีเมียร์ลีก ให้เร็วที่สุด
ปัจจุบัน : พวกเขาอยู่หัวตาราง ลีก วัน ก็จริง แต่ดูแล้วคงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร กว่าจะกลับมาสู่จุดสูงสุด ที่เคยทำไว้ในยุคของแซม อัลลาไดซ์ ซี่งยุคนั้น มีสตาร์ดังอย่าง นิโคล่าส์ อเนลก้า, และเควิน โนแลน เป็นต้น

4. ลีดส์ ยูไนเต็ด
ปีเตอร์ ริดส์เดล ประธานสโมสรผู้มีไลฟ์สไตล์ที่ฟุ้งเฟ้อ ทุ่มเงินซื้อนักเตะ ประเคนค่าจ้างราคางาม แต่ทีมไม่ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างสม่ำเสมอ ทำให้สโมสรขาดรายได้มหาศาล
ทางออกของพวกเขาคือ ต้องขายนักเตะซูเปอร์สตาร์ออกจากทีม แน่นอนว่า มันเป็นดาบสองคม สโมสรได้เงิน แต่คุณภาพนักเตะลดลง เพราะการบริหารงานที่ผิดพลาด สุดท้าย ตกขั้นจากพรีเมียร์ลีกในปี 2004 และเลวร้ายสุดๆ ถึงขึ้นตกชั้นไปเล่นลีกวัน ในปี 2007 ก่อนขึ้นมาลีกแชมเปี้ยนชิพอีกครั้ง ในปี 2010
ปัจจุบัน : อยู่ในอันดับหัวตารางลีกแชมเปี้ยนชิพ มีลุ้นเลื่อนชั้นขึ้นลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 13 ปี แต่การเลื่อนชั้นอัตโนมัติ คงเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าฟอร์มสม่ำเสมอ ก็มีลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟเลื่อนชั้นได้

5. เชลซี
กว่าที่เชลซี จะมีวันที่ยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน น้อยคนนักที่จะรู้ว่า พวกเขาก็เคยใช้ชีวิตอยู่บนปากเหวมาก่อน ถึงขั้น “เกือบ” ต้องยุบสโมสรเลยทีเดียว
ย้อนกลับในปี 1980 “สิงห์บลูส์” ประสบปัญหาทางการเงิน หลังขาดทุนย่อยยับ จนกระทั่งต้องประกาศขายทีม เดชะบุญที่ เคน เบตส์ เศรษฐีจากธุรกิจกก่อสร้าง เข้ามาซื้อทีมด้วยราคาเพียงแค่ “1 ปอนด์” เท่านั้น หลังจากที่ เบตส์ เข้ามาบริหารทีมเชลซี ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนสถานการณ์ของทีมพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในที่สุด
ปัจจุบัน : เชลซี กลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาทันที หลังจากเบตส์ ขายสโมสรให้โรมัน อับราโมวิช เมื่อปี 2003 และแน่นอนว่าทุกวันนี้ เชลซี กลายเป็นยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีกแบบไร้ข้อโต้แย้ง