ตำรวจหาดใหญ่ แจงมอเตอร์ไซค์นักเรียนล้มจริง ยันไม่ได้กระชากผม-เข้าใจกันแล้ว

จากกรณีเฟซบุ๊ก ดีเจจุด สงขลา โพสต์ข้อมูลและคลิปเหตุการณ์ ระบุว่า เป็นเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.หาดใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่เกิดกว่าเหตุ กระชากผม นักเรียนหญิงที่พากันขี่จักรยานยนต์ซ้อนสาม จนเป็นเหตุให้ฝ่ายนักเรียนคนหนึ่งตกจากรถ หัวฟาดเสาไฟฟ้าได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหอนาฬิกาหาดใหญ่ จ.สงขลา

ต่อมา ภาพและคลิปนี้มีชาวโซเชียลแชร์ส่งต่อกันจำนวนมาก จนกลายเป็นประเด็นข่าวขึ้นมา นอกจากนั้น มีชาวเน็ตบางส่วนโพสต์ข้อมูลแย้งว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เหมือนกับที่เพจดีเจจุด สงขลา เอามาเผยแพร่ พร้อมระบุว่า เรื่องจริงคือนักเรียนหญิงลืมเอาขาตั้งจักรยานยนต์ขึ้น เลยไปเกี่ยวกับฝาท่อแล้วรถล้ม ตำรวจก็เข้าไปช่วย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า แท้ที่จริงแล้วเหตุการณ์เป็นอย่างไรกันแน่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น [อ่านข่าว : แชร์สนั่น ภาพนักเรียนหญิงขับรถล้ม เลือดอาบหน้า-ข้อมูลสับสน ตำรวจช่วยหรือต้นเหตุ]
ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงเที่ยงวันนี้ (16 มกราคม) พ.ต.ท. สิทธิศักดิ์ จันทร์สว่าง สว.จร. สภ.หาดใหญ่ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวกระปุกดอทคอม ว่า หลังเกิดเหตุ ตนเข้าไปตรวจสอบและทราบว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกในการจราจรอยู่บริเวณหน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ได้พบเห็นจักรยานยนต์คันหนึ่งขี่ซ้อนสาม ไม่สวมหมวกกันน็อก และฝ่าไฟแดง จึงเดินออกไปกลางถนนเพื่อเรียกให้จอด แต่ทางน้องคนขี่รถจักรยานยนต์บอกว่าไม่ทันเห็นก็เลยจอดไม่ทัน ส่งผลให้ฝ่ายตำรวจจราจรคนในคลิปคิดว่าจะหลบหนี จึงกางมือเพื่อเรียกให้รถหยุด จากนั้นก็เกิดการเสียหลักและรถล้มจริง

พ.ต.ท. สิทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในขณะนั้นไม่ใช่การตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจร เป็นเพียงการพบความผิดซึ่งหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวก พร้อมยืนยันว่า ตำรวจผู้ปฏิบัติงานไม่มีทางกระชากผมน้องเด็กนักเรียนหญิงจนล้มตามที่มีผู้เอาไปเขียนเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ล่าสุด ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่กับน้องฝ่ายขี่จักรยานยนต์ก็ได้พูดคุยกันจนเป็นที่เข้าใจแล้ว

เปิดคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับเต็ม “คดีครูแพะ” ทำไมเธอถึงติดคุก

เปิดคำพิพากษาคดี “ครูแพะติดคุกฟรี” ฉบับเต็ม ๆ เผยรายละเอียดจากพยานระบุชัด คนขับชนเป็นผู้ชาย

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2560ได้มีการเผยแพร่รายละเอียดบันทึกคำพิพากษาของศาลฎีกา ในคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูวัย 54 ปี ต้องโทษจำคุกในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน
รายละเอียดคำพิพาษามีดังนี้

เรื่อง ความผิดต่อชีวิต ประมาท ความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก
ระหว่าง พนักงานอัยการศาลฎีกา โจทก์ กับ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยขับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บค 56 สกลนคร ไปตามทางเดินรถถนนสายธาตุน้อย-นาเหนือ จากทางบ้านธาตุน้อยมุ่งหน้าไปทางบ้านนาเหนือ ถึงที่เกิดเหตุบริเวณบ้านสร้างเม็ก ซึ่งมีเครื่องหมายจราจรแบ่งทางเดินรถออกเป็นสองทางสำหรับรถเดินขึ้นทางหนึ่งล่องทางหนึ่ง ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นจำเลยนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์

กล่าวคือ ขณะนั้นนอกจากทัศนวิสัยในการขับขี่ไม่ดีมองเห็นได้ในระยะใกล้กันเท่านั้น จำเลยต้องไม่รับรถคันดังกล่าวด้วยความเร็วสูงเกินสมควรจนไม่สามารถหยุดรถได้ทัน หรือชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงพอที่จะขับรถหลบหลีไม่ชนรถคันอื่นที่กีดขวางอยู่ข้างหน้าได้ทัน และในการที่จำเลยจะขับรถแซงหน้าขึ้นรถจักรยานยนต์ซึ่งมีผู้มีชื่อขับแล่นอยู่ในช่องเดินรถเดียวกับจำเลย จำเลยควรใช้ความระมัดระวังในการขับรถดังกล่าวด้วยการชะลอความเร็วรถให้ช้าลง และเมื่อเห็นว่าทางเดินรถข้างหน้าปลอดภัยเพียงพอและไม่มีรถอื่นสวนทางมา จึงค่อยขับรถแซงหน้าขึ้นไป

ทั้งนี้โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้เพียงพอไม่ จำเลยกลับขับรถดังกล่าวสูงเกินสมควร โดยไม่ชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงพอที่จะหยุดรถได้ทัน หรือขับรถหลบหลีไม่ให้ชนรถคันอื่นได้ และได้ขับแซงขึ้นหน้ารถจักรยานยนต์ของผู้มีชื่อซึ่งแล่นอยู่ข้างหน้าทางเดินรถของจำเลยล้ำเส้นแบ่งครึ่งของถนนเข้าไปในช่วงเดินรถสวนกัน ซึ่งในขณะนั้นมีนายเหลือ พ่อบำรุง ขี่รถจักรยานสองล้อสวนมาในช่องเดินรถสวน เป็นเหตุให้รถคันที่จำเลยขับชนรถจักรยานสองล้อคันที่นายเหลือขี่สวนทางมา ทำให้รถจักรยานสองล้อดังกล่าวได้รับความเสียหาย นายเหลือถึงแก่ความตาย

เมื่อจำเลยขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลและทรัพย์สินของบุคคลอื่นแล้ว จำเลยไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร และไม่ไปแสดงตัวตนและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที เหตุเกิดที่ตำบลทางลาด อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 47, 78 157, 160

พบแล้ว ! ศพสาวทอม ถูกฝังดินหลังรีสอร์ทที่กาญจนบุรี

พบแล้ว ! ศพสาวทอม ถูกฝังดินหลังรีสอร์ทที่กาญจนบุรี หลังจากนี้จะส่งศพให้ชันสูตรต่อไป

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 เฟซบุ๊ก ข่าวช่อง 8 รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นพบศพนางสาวสุภัคสรณ์ พลไธสง ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 แล้ว โดยศพนั้นถูกฝังดินหลังรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

อย่างไรก็ตาม จะมีการส่งไปชันสูตรเพื่อยืนยันผลอีกครั้ง

สำหรับข้อมูลที่ตำรวจได้รับนั้น มาจากนายโจ๊ก หนึ่งในทีมอุ้มฆ่า ซึ่งได้ชี้จุดฝังศพ ทางเจ้าหน้าที่ใช้เวลาขุดดินกว่า 2 ชั่วโมง จึงพบส่วนช่วงท้องและขา และมีรอยสักกลางแผ่นหลังด้วย

พบศพฝั่งดิน! คาดสาวทอมถูกอุ้มฆ่าหมกคารีสอร์ท
18.00 น.เจอศพฝั่งดิน หลังรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี คาดว่าเป็นศพของสาวทอมที่ถูกผกก.บ้านโป่ง สั่งลูกน้องไปสั่งสอนตามคำให้การ เบื้องต้นอยู่ในระหว่างการตรวจสอบชันสูตร เพื่อยืนยันว่าเป็นศพของสาวทอมจริงหรือไม่ #สั่งอุ้มสาวทอม #ผู้กำกับบ้านโป่งสั่งอุ้มสาวทอม

พระวัดสระเกศ แจงภาพเณรคู่สีกา-อวดแบรนด์เนม แค่อยากโชว์หรู

พระวัดสระเกศ โร่แจงภาพเณรคู่สีกาที่แท้เป็นพี่สาว คึกคะนองโพสต์อวดแบรนด์เนมแค่อยากโชว์หรู เผยเณรรูปดังกล่าวย้ายไปอยู่ จ.เชียงราย แล้ว

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพของพระรูปหนึ่งที่มีการใช้ชีวิตดี๊ดี ฉันอาหารร้านดัง, ปิ้งย่าง, เช็กอินร้านกาแฟ ซื้อของยี่ห้อหรูให้กับสีกา อีกทั้งยังโพสต์ภาพข้าวของของตัวพระเอง ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์น้ำหอมสุดหรู, เจลอาบน้ำ และโทรศัพท์ไอโฟน 7 ซึ่งภาพที่ออกไปโลกโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูว่าเหมาะสมหรือไม่ (อ่านข่าว แชร์สนั่น หลวงพี่ไฮโซ ฉันปิ้งย่าง-ใช้ของแบรนด์ดัง ซื้อวิคตอเรีย ซีเคร็ท ให้สีกา)
เกี่ยวกับเรื่องนี้ (10 มกราคม 2560) รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง AMARIN TV รายงานว่า ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่หลวงพี่ไฮโซได้เช็กอินไว้ เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยรองเจ้าอาวาส วัดสระเกศ ยืนยันว่า พระที่มีการแชร์กันอย่างล้นหลามในโซเชียลนั้นเป็นเณรที่เคยบวชเรียนอยู่ที่วัด ทั้งนี้ รูปที่เผยแพร่ออกไปนั้นเป็นรูปนานแล้ว บางภาพเป็นภาพเก่า

ส่วนภาพที่ถ่ายคู่กับสีกานั้น สีกาคนดังกล่าวเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของเณร ที่ดูแลและเลี้ยงเณรมา คิดว่าเณรคงเกิดความคึกคะนองจึงถ่ายรูปลงโซเชียล และเรื่องของข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนมก็ไม่ใช่ของเณร แต่เป็นของพี่สาวทั้งหมด ซึ่งเณรอยากจะโชว์หรูจึงถ่าย และอัพภาพลงบนอินสตาแกรม

ทั้งนี้ ทางวัดสระเกศก็ได้ตำหนิและสั่งสอนเณรแล้วว่า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อย่างไรก็ดีสามเณรรูปนี้ก็ไม่ได้อยู่ที่วัดแล้ว ย้ายไปอยู่ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านเกิด

กรมราชทัณฑ์ แถลง ตู่ จตุพร ปกติดี ไม่มีไข้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (3 ม.ค.) กรมราชทัณฑ์ ออกแถลงการณ์ ชี้แจงเกี่ยวกับอาการป่วยของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ว่า เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2559 นายจตุพร มีอาการไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด สีขุ่น

ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จึงได้ส่งตัวมารักษาในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จากการตรวจของ แพทย์โดยละเอียด พร้อมกับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่า เป็นอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จึงได้ให้การรักษาพยาบาล และรักษาตามอาการอย่างใกล้ชิด

โดยเมื่อวันที่ 2 มกราคม มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการซ้าอีกคร้ัง พบว่า การทำงานของไตกลับมาอยู่ในภาวะปกติ และปัสสาวะไม่มีเม็ดเลือดขาวเจือปน อาการไข้ลดลง และอาการทั่วไปดีขึ้นตามลำดับ และในวันนี้ อาการทั่วไปปกติดี ไม่มีไข้ สามารถรับประทานอาหาร ลุกเดิน ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวได้ตามปกติ

ซึ่งในวันที่ 4 มกราคม 2560 ทางทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จะใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ตรวจดูว่า มีนิ่วในไตหรือไม่ หากไม่พบอาการผิดปกติ จะส่งตัวกลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป

อดีตผู้ว่าฯ ขอนแก่นสิ้นใจแล้ว หลังครอบครัวเบนซ์ไฟคลอก 5 ศพ

วันนี้ (6 ม.ค.60) นายกำธร ถาวรสถิตย์ อายุ 60 ปี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 14.45 หลังเข้ารักษาตัวโรคหัวใจ ที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นายกำธร ถาวรสถิตย์ ได้เข้ารับราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 จนกระทั่งได้เกษียณราชการเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ป่วยเป็นโรคหัวใจมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งมารับตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้เข้ารักษาอาการโรคหัวใจมาโดยตลอด

จนกระทั่งเกษียณการทำงานได้ไปพักผ่อนใช้ชีวิตที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านเกิดแต่ยังมีอาการโรคหัวใจ และเมื่อเข้ารักษาแพทย์ที่กรุงเทพฯแต่อาการยังไม่ดีขึ้น จึงได้เดินทางมารักษาอาการป่วยโรคหัวใจที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์อีกครั้ง และอาการดีขึ้น ตลอดเดือนธันวาคม 2559 ปีที่ผ่านมา ได้นอนรักษาตัวโดยคณะแพทย์ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ทำให้หัวใจหยุดทำงานเสียชีวิตลง

ในวันพรุ่งนี้ ( 7 ม.ค. ) เวลา 14.00 น. จะมีพิธีรดน้ำศพ ที่บริเวณศาลาพิธีกรรม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นจะเก็บร่างไว้ที่ภาควิชานิติเวช ก่อนที่จะให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่กรุงเทพมหานครในวันถัดไป

นายกำธร ถาวรสถิตย์ เกิดวันที่ 20 มีนาคม 2499 ภูมิลำเนากรุงเทพมหานคร คู่สมรส นางพิมพ์วิมล ถาวรสถิตย์ การศึกษา ปริญญาตรี น.บ.มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2520 ปริญญาโท ผ.ม.จุฬาลงกรณ์ พ.ศ.2537 หลักสูตร นอ.รุ่นที่ 31 และนปส.รุ่นที่ 33 หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ ปี 2552 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาวชิรมงกุฎ 5 ธันวาคม 54 ประวัติการดำรงตำแหน่ง เช่น นายอำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร ,เจ้าหน้าที่บริหารงานปกครอง 7 กองการสื่อสาร กรมการปกครอง ,นายอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี , ผู้อำนวยการกองการสื่อสาร กรมการปกครอง , ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติกร กรมการปกครอง , รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ , ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ , ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย , ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท และจังหวัดขอนแก่น

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของนายกำธร ถาวรสถิตย์ เพิ่งสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่จากอุบัติเหตุรถเบนซ์ไฟคลอก 5 ศพ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนประสบอุบัติเหตุผู้เสียชีวิตทั้งหมดเพิ่งเดินทางมาเยี่ยมนายกำธร ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ขอนแก่น แต่ปรากฏว่าประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับ

หนุ่มวิศวะเครียดชีวิตรัก ผูกคอตายดับคู่พร้อมแฟนสาว

หนุ่มวิศวะเจอปัญหาชีวิตรักสามเศร้า เคยชวนแฟนสาวขับรถลงแม่น้ำฆ่าตัวตายหนีปัญหาชีวิตรัก แต่ถูกกำนันปรามไว้ สุดท้ายผูกคอตายพร้อมแฟนสาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (7 ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ภายในซอยอู่ทอง 37/3 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งมีคนผูกคอเสียชีวิตภายในบ้าน

ที่ชั้นล่างของที่เกิดเหตุ พบร่าง น.ส.รุ่งรวี อายุ 25 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สภาพศพใบหน้าเขียวคล้ำ มีรอยเชือกรัดที่ลำคอ ใกล้กันพบร่างนายจักรพงศ์ อายุ 24 ปี เป็นวิศวกรของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ใช้เชือกผูกคอเสียชีวิต ภายในบ้านหลังดังกล่าว

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายทั้ง 2 คน เป็นแฟนกัน เคยมีปัญหาเรื่องชีวิตรักมาก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ โดยเคยคิดพากันขับรถลงแม่น้ำเพื่อฆ่าตัวตายมาแล้ว แต่ทางกำนันซึ่งเป็นญาติกันทราบเรื่องจึงได้เข้าห้ามปรามและปลอบโยน จนล้มเลิกความตั้งใจไป ก่อนจะมาเกิดเหตุสลดในครั้งนี้

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า นายจักรพงศ์ น่าจะใช้เชือกรัดคอ น.ส.รุ่งรวี จนเสียชีวิต หลังจากที่เคลียร์ปัญหาชีวิตรักไม่ลงตัว ก่อนจะใช้เชือกอีกเส้นผู้แขวนคอตัวเองจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ฯได้ ส่งร่างทั้ง 2 คน ไปตรวจยังสถาบันนิเวชเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายต่อไป

รถไฟวิ่งถึงทุ่งสงนครศรีฯแล้ว-ทร.เร่งผลักดันน้ำช่วยใต้

ร.ฟ.ท. ให้บริการเดินรถไฟสายใต้ถึง อ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช แล้ว จ่อเพิ่มขบวนอีก ขณะ ทร.ติดตั้งเรือผลักดันน้ำเร่งระบายช่วยใต้ ด้าน ปภ.ประสานจว.ใต้รับมือฝนตกหนักถึงพรุ่งนี้ กรมทางหลวงสรุปน้ำท่วมภาคใต้6จังหวัดจราจรผ่านได้18แห่ง

การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการเดินรถไฟสายใต้เพิ่มเติม หลังจากที่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย จากเดิมที่มีสถานีปลายทางสิ้นสุดที่สถานีชุมพร ได้ขยายไปถึงสถานีชุมทางทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีขบวนขาไป 2 ขบวน คือ ขบวนที่ 167 และ ขบวนที่ 85 ส่วนขากลับ เพิ่ม 5 ขบวน คือขบวนที่ 172, ขบวนที่ 174, ขบวนที่ 168, ขบวนที่ 84 และขบวนที่ 88 ซึ่งในวันนี้คาดว่าจะเพิ่มขบวนอีก และหากน้ำท่วมลดลงก็จะเตรียมขยายเส้นทางให้บริการในระยะไกลขึ้น

ทร.ติดตั้งเรือผลักดันน้ำเร่งระบายช่วยใต้

หน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ เริ่มติดตั้งเรือผลักดันน้ำตั้งแต่เวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา ณ จุดที่ 1 บริเวณสะพานคลองระบายน้ำชะอวด – แพรกเมือง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โดยเมื่อเวลา 08.45 น. ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการนำเรือลงน้ำเรียบร้อย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบและยึดตรึง โดยหลังจากนี้จะทำการทดลองเดินเครื่อง โดยจะให้เดินเครื่อง 20 ชั่วโมงต่อวัน เนื่องจากมวลน้ำมีจำนวนมาก การติดตั้งมีความล่าช้า เนื่องจากมีฝนตกตลอดเวลาการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ จะมีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ รวม 2 จุด โดย จุดที่ 1 บริเวณ สะพานคลองระบายน้ำชะอวด – แพรกเมือง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช รวม 30 ลำ และจุดที่ 2 บริเวณสะพานคลองระบายน้ำฉุกเฉิน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช รวม 20 ลำ ซึ่งการติดตั้งจุดที่ 1 ลำเลียงเรือผลักดันน้ำจาก อู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ โดยทางรถยนต์และได้ดำเนินการติดตั้งเรียบร้อย ส่วนจุดที่ 2 ลำเลียงโดยหมู่เรือบรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ (เรือหลวงอ่างทอง) อยู่ระหว่างการเดินทางคาดถึงหมายในเวลา 18.00 น. และในขณะนี้เริ่มเดินเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 เครื่องแล้ว เพื่อเร่งการระบายน้ำให้ปริมาณน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่อำเภอชะอวด ลดลงอย่างรวดเร็ว

ทางหลวงสรุปน้ำท่วมใต้6จังหวัดจราจรผ่านได้18แห่ง

กรมทางหลวงได้รายงานสรุปเหตุการณ์ภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินในเส้นทางสายหลักที่จะเดินทางไปสู่
ภาคใต้ ล่าสุด มีสภาวะน้ำท่วม 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร, จ.ตรัง, จ.นครศรีธรรมราช, จ.พัทลุง, จ.ยะลา,
จ.สุราษฎร์ธานี มีจำนวนทั้งสิ้น 20 สายทาง 32 แห่ง การจราจรสามารถผ่านได้ จำนวน 18 แห่ง ผ่านไม่ได้
จำนวน 14 แห่ง

ขณะนี้ยังมีฝนตกหนักทางภาคใต้ ทำให้กระแสน้ำได้เซาะดินจน เป็นเหตุให้คอสะพานขาด บนทางหลวง
หมายเลข 4186 และประชาชนไม่สามารถสัญจรผ่านได้นั้น กรมทางหลวง โดยศูนย์สร้างและบูรณะ
สะพานที่ 4 นครศรีธรรมราช ซึ่งมีความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องมือ และเครื่องจักร ได้ดำเนินการทอดสะพานเบลี่ย์ซึ่งมีความแข็งแรงคงทน เพื่อให้การจราจรสามารถผ่านได้เป็นการชั่วคราวก่อน ในทางหลวงหมายเลข 4186 เสร็จเรียบร้อยแล้ว บริเวณ กม.14 ตอนห้วยพาน -น้ำตกกรุงชิง ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เส้นทางสายหลักจากกรุงเทพฯ -หาดใหญ่(สายเอเชีย) เปิดใช้เส้นทางได้ตามปกติแล้ว ทั้งนี้ขอให้ใช้ทางด้วยความระมัดระวังบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ หากประชาชนพบเห็นสิ่งกีดขวางบนทางหลวง

และไม่สามารถสัญจรผ่านได้ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวง
ในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

ปภ.ประสานจว.ใต้รับมือฝนตกหนักถึงพรุ่งนี้

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 8 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และชุมพร เร่งบูรณาการจังหวัด หน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง พร้อมประสาน 13 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งอย่างต่อเนื่อง ถึงวันที่ 9 มกราคม 2560 โดยจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว และวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้ พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

นทท.นับหมื่นแห่ชมดอกไม้ที่แปลงเกษตร100ไร่โคราช

วันหยุดยาว นักท่องเที่ยว นับหมื่น แห่ชมดอกทานตะวันยักษ์ – ดอกไม้หลากสี ที่แปลงเกษตร 100 ไร่ โคราชคึกคัก

ที่ศูนย์วิจัยสวนเกษตร 100 ไร่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบนักท่องเที่ยวนับหมื่นคน ใช้เวลาช่วงวันหยุดยาว 3 วัน พาครอบครัวเดินทางเข้ามาชมความสวยงามของดอกไม้นานาชนิด ซึ่งกำลังบานสะพรั่ง โดยเฉพาะที่บริเวณทุ่งดอกทานตะวันยักษ์ และทุ่งดอกคอสมอส ที่เป็นแปลงขนาดใหญ่อยู่บริเวณใจกลางสวนเกษตร 100 ไร่ นักท่องเที่ยวต่างพากันเข้าไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน รวมทั้งยังมีการมาใช้เป็นสถานที่ถ่ายรูปพรีเวดดิ้งงานแต่งงานด้วย

โดยสวนเกษตร 100 ไร่ นี้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้ทำการปลูกดอกไม้หลากชนิด เพื่อใช้ทำการวิจัยสำหรับพัฒนาส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูกในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะมีทั้งดอกทานตะวันยักษ์ เส้นผ่าศูนย์กลาง 30 – 40 เซนติเมตร ที่จะออกดอกช่วงหน้าหนาวและโรยช้า ส่วนดอกคอสมอสนั้น จะใช้สำหรับปรับปรุงสภาพดินเนื่องจากเป็นปุ๋ยได้อย่างดี

นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ยังได้จัดโซนเลี้ยงแกะ ฟาร์มเพาะเห็ด และแปลงผลไม้ปลอดสารพิษ ซึ่งนำมาวางจำหน่ายพืชผลทางการเกษตร ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเป็นที่ระลึกกลับบ้านอีกด้วย โดยสวนเกษตร 100 ไร่ นี้ จะเปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าชมฟรีตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 – 15 มกราคม 2560

ศรีสะเกษพบโรคพยาธิเม็ดเลือดระบาดหนักช่วงฤดูหนาว

ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ เผยพบโรคพยาธิเม็ดเลือด ระบาดหนักช่วงฤดูหนาว เตือนเกษตรกรพาปศุสัตว์ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค

นายนัทธ์เวโรจน์ บูชาพัฒน์ ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ได้เกิดเหตุมีวัวและกระบือตายในเขต ต.กันทรารมย์ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ จำนวนมาก โดยไม่ทราบสาเหตุนั้น ตนได้ให้ชุดเฉพาะกิจสำนักงานปศุสัตว์ อ.ขุขันธ์ ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ ภาคตะวันเฉียงเหนือตอนล่าง จ.สุรินทร์ ออกสุ่มเก็บตัวอย่างเลือดในโค กระบือของเกษตรกร เพื่อส่งทดลองหาเชื้อโรคและหาสาเหตุของการเกิดโรคระบาดไปตรวจสอบหาสาเหตุแล้วพบว่า มีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย จำนวน 5 หมู่บ้าน

สาเหตุเกิดจากวัวอ่อนแอและสะสมเป็นเรื้อรัง และจากการตรวจในห้องแล็บแล้วพบว่า วัวที่ตายป่วยเป็นโรคพยาธิในเม็ดเลือด ซึ่งเป็นโรคที่ไม่เคยพบมาก่อน มักเกิดในสัตว์ที่ผอมและขาดอาหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้เข้าไปทำการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคและฉีดยารักษาโรคให้กับวัวที่มีร่างกายซูบผอมไม่แข็งแรง รวมทั้งวัวที่มีอาการป่วยไม่หายขาด ซึ่งขณะนี้พบว่าวัวที่ได้รับการฉีดยาแล้วอาการดีขึ้น โดยชาวบ้านได้ขอความช่วยเหลือจาก อบต. ขอรับการสนับสนุนยาที่ใช้ในการรักษาโรคพยาธิในเม็ดเลือดด้วย

นอกจากนี้ ยังได้ทำการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ร่วมกับด่านกักกันสัตว์ จ.ศรีสะเกษ ตอนนี้สถานการณ์ได้เบาบางลงแล้วและอยู่ในช่วงของการฉีดวัคซีน จึงอยากฝากถึงเกษตรกรว่า ขณะนี้สภาพอากาศเริ่มหนาวเย็น ประกอบกับจังหวัดใกล้เคียงมีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย จึงขอให้นำเอาโค กระบือไปทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามจุดที่นัดหมาย และพยายามอย่าให้สัตว์ที่ป่วยออกไปนอกคอกให้อยู่ในพื้นที่ที่จำกัด เพราะว่าอาจจะมีการระบาดของโรคไปยังสัตว์ตัวอื่นได้