อย่างโหด! “ซุปเปอร์บอน” ชนะน็อก “จอมทอง” คว้าแชมป์คุนหลุนไฟต์ 2016

ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ ที่ได้ผ่านเข้าสู่มวยรอบ คุนหลุนไฟต์ 2016 หลังโชว์ฟอร์มหรูด้วยการเอาชนะ “แชมป์เก่า” สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง ผ่านเข้าถึงรอบ 4 คนสุดท้ายมาได้สำเร็จ

โดยการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนน เซดริก แมนโฮฟ นักชกจาก ประเทศซูรินาม ขณะที่อีกคู่ จอมทอง ชูวัฒนะ เป็นฝ่ายชนะคะแนน ดาวิต คิเรีย ยอดนักชกจากจอร์เจีย ในช่วงยกพิเศษ หลังครบ 3 ยก เสมอกัน

ทำให้ในรอบชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันของศึกสายเลือดชาวไทยระหว่าง ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ กับ จอมทอง ชูวัฒนะ ดีกรีนักมวยสากลยอดเยี่ยมแห่งปี 2557 จากเวทีลุมพินี

เกมการชกเป็นไปอย่างสนุก ก่อนที่ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ ที่อาศัยความสดเป็นฝ่ายเดินออกอาวุธ ก่อนเอาชนะทีเคโอ จอมทอง ชูวัฒนะ ไปได้ในยกที่ 3 จารึกชื่อตัวเองในหน้าประวัติศาสตร์ ผงาดคว้าเข็มขัดแชมป์โลก คุนหลุนไฟต์ 2016 ในรุ่น 70 กิโลกรัม มาครองสมใจ

เฉินหลง บริจาคเงิน 2.4 ล้าน ช่วยน้ำท่วมภาคใต้-รักประเทศไทยเหมือนบ้านหลังที่ 2

เฉินหลง ร่วมบริจาคเงินจำนวน 2.4 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ เผยเคยเติบโตที่เมืองไทยย่านเยาวราช เลยรักที่นี่เหมือนบ้านหลังที่สอง

วันที่ 22 มกราคม 2560 เฉินหลง หรือ แจ็คกี้ ชาน ซุปตาร์นักบู๊คนดัง ได้เข้าร่วมงาน #ตัดช่วยใต้ หลังเดินทางมาเมืองไทยเพื่อเปิดตัวภาพยนตร์ “กังฟูโยคะ” พร้อมร่วมบริจาคเงิน 5 แสนเหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 2.4 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม
โดยเฉินหลง ได้เผยว่า ตนเคยเติบโตที่เมืองไทย ย่านเยาวราช ตนรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของคนไทยเป็นอย่างมาก แม้ว่าตอนนี้จะเป็นดารามีชื่อเสียง แต่ก็คิดว่าเมืองไทยเป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง หากมีอะไรที่ตนพอช่วยได้ก็พร้อมที่จะช่วย และรู้สึกดีใจมากที่ได้มาประเทศไทยในวันนี้รวมทั้งได้มาร่วมงานบุญนี้ด้วย ตนเต็มใจและมีความสุข สำหรับคนที่ช่วยบริจาคไปก่อนหน้านี้ประมาณ 3 ล้านกว่าบาท อยากฝากบอกทุกคนว่า เป็นเพราะพวกคุณที่ทำให้โลกของเราถึงได้สวยงาม

ทั้งนี้สำหรับ #ตัดช่วยใต้ นั้น เป็นการจัดงานในความร่วมมือของ วู้ดดี้ วุฒิธร มินลินทจินดา ที่จับมือกับทีม ตือ สมบัษร รวบรวมช่างตัดผมชื่อดังของประเทศและช่างผมจิตอาสากว่า 100 ชีวิต สลับสับเปลี่ยนมาตัดให้พี่น้องชาวไทย ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ พาร์คพารากอน

ประโยชน์ของการเลี้ยงหมา

หมาหรือสุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุดก็ว่าได้ วันนี้ผมเลยมาวิเคราะห์ดูว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเลี้ยงหมา หรือประโยชน์ของการเลี้ยงหมามีอะไรบ้าง ต้องบอกก่อนเลย ส่วนตัวผมเองก็เป็นคนชอบเลี้ยงสุนัขเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนะครับ ประโยชน์ของการเลี้ยงหมามีดังต่อไปนี้

ประโยชน์ของการเลี้ยงหมา ข้อแรกคือเป็นเพื่อน การเลี้ยงหมาสักตัวเพื่อเป็นเพื่อนไว้พูดคุย ไม่เหงา มีคำพูดติดปากกันว่า มีหมาเป็นเพื่อนดีกว่ามีเพื่อนหมาๆนะจ้ะ
เพื่อทำให้เรารู้จักรับผิดชอบ เพราะมีอีกหนึ่งชีวิตที่เราต้องดูแล การที่เราต้องพาไปหาหมอ อาบน้ำ หาอาหารให้ ถือเป็นการฝึกความรับผิดชอบ เมื่อเราทำอะไรให้คนอื่น (สิ่งมีชีวิตอื่น) โดยไม่หวังผลตอบแทนนั้นคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุด เหมือนเราให้ไปโดยไม่คิดว่าจะได้รับกลับ ผมว่านี้เป็นสิ่งที่ได้รับมากที่สุดของการเลี้ยงหมา

ช่วยให้ผ่อนคลาย ช่วยให้คลายเครียดและมีความสุข ต้องยอมรับความจริงว่า สุนัขช่วยทำให้คนที่อยู่ใกล้มีความสุข ด้วยความไร้เดียงสา บางครั้งการมีชีวิตอีกหนึ่งที่แตกต่างจากเรา อาจทำให้เรายอมรับข้อเสียของเขา เข้าใจโลกมากยิ่งขึ้น เป็นผู้ใหญ่ และมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้
การเลี้ยงหมาทำให้จิตใจดี มีเมตตา อ่อนโยน เมื่อเราเลี้ยงหมา เราก็คงปรารถนาให้เขามีความสุข ไม่มีความทุกข์ ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้ เรียกว่า “เมตตา”

เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เอาเวลาไปหยอกล้อเล่น วิ่งออกกำลังกายกับน้องหมาน่ารัก ผมว่าคุ้มกว่าการทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์อีก
นอกจากหมาพันธ์เล็กจะอยู่เป็นเพื่อนได้แล้ว หมาพันธ์ใหญ่ยังมีประโยชน์ช่วยเฝ้าบ้าน ควบคุมโจรขโมยได้เป็นอย่างดี ไม่เชื่อลองเลี้ยงบางแก้วดูสิครับ แล้วจะรู้ว่า เราอุ่นใจขึ้นแค่ไหนที่มีสัตว์เลี้ยงคอยปกป้องดูแลเรา

เวลาออกล่าสัตว์ป่า น้องหมานี้หละที่คอยช่วยเหลือเราในการล่าสัตว์และปกป้องอันตรายจากสัตว์มีพิษอีกด้วย
อาจก่อร่างสร้างตัวเป็นธุรกิจการขยายพันธ์หรือเพาะพันธ์สุนัขเลยก็ได้ เพราะสุนัขก็เป็นสัตว์ที่ต้องการสืบพันธ์ ออกลูก เราอาจมีลูกหมาน่ารักหลายตัว สร้างรายได้ให้เราได้อีก
รู้ประโยชน์ของการเลี้ยงน้องหมาขนาดนี้แล้ว รออะไรอยู่ละครับ พร้อมเมื่อไหร่จัดมาเลย เลือกน้องหมาพันธ์ที่ชอบ ดูแลเป็นอย่างดี สิ่งที่ได้คุ้มค่าแน่นอน มีความสุขกับการเลี้ยงน้องหมานะครับ

‘คาสิโน’แหล่งเงินใหม่ญี่ปุ่น

แม้คาสิโนจะถูกหลายฝ่ายมองว่า เป็นสถานที่ “อโคจร” เป็นแหล่งก่อให้เกิดอาชญากร และปัญหาสังคมหลายอย่าง

แต่ฝ่ายบริหารของเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียส่วนหนึ่ง ไล่ตั้งแต่มาเลเซีย สิงคโปร์ มาเก๊า และ กัมพูชา เห็นเป็นแหล่ง ”โกย” รายได้

ล่าสุด ประเทศพี่ใหญ่ทางเศรษฐกิจอย่างญี่ปุ่น ก็ตัดสินใจ “เอา” ด้วย โดยรัฐสภาญี่ปุ่น ซึ่งมีพรรคแอลดีพี (LDP : Liberal Democratic Party) ของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ เป็นแกนนำฝ่ายรัฐบาล ลงมติผ่านร่างกฎหมายให้คาสิโนเป็นธุรกิจถูกกฎหมาย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา

รัฐสภาญี่ปุ่นออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อเตรียมรองรับการเปิดคาสิโนเป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ตครบวงจร (Integrated Resort : IR) เช่นเดียวกับคาสิโนในมาเก๊า สิงคโปร์ และ มาเลเซีย

นอกจากคาสิโนแล้ว รีสอร์ตไออาร์ยังประกอบด้วยโรงแรม ศูนย์การประชุม ศูนย์การค้า และสถานบันเทิง ถือเป็นศูนย์ธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำหรับทุกเพศวัย โดยผู้เข้าไปในรีสอร์ตไม่จำเป็นต้องเข้าคาสิโน

ทั้งนี้ หลังร่างกฎหมายผ่านรัฐสภา คณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ มีกรอบเวลา 1 ปี ในการร่างระเบียบควบคุมการเปิดคาสิโน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

จากนั้น จะดำเนินการก่อสร้างรีสอร์ตไออาร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการได้ในปี 2022 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า โดยญี่ปุ่นมีเป้าหมายโปรโมตรีสอร์ต ช่วงเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2020 หวังดึงต่างชาติที่ไปชมกีฬาโอลิมปิกให้กลับมาเที่ยวรีสอร์ต

ผู้นำญี่ปุ่นคาดหวังว่า คาสิโนจะเป็นแหล่งดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญส่วนหนึ่ง

ด้านนักวิเคราะห์คาดว่า ญี่ปุ่นจะมีรายได้จากรีสอร์ตไออาร์และคาสิโน ประมาณปีละ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (124,250 ล้านบาท)

มาเก๊าและสิงคโปร์ ซึ่งมีคาสิโนใหญ่อันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ ในภูมิภาคเอเชีย มองความเคลื่อนนี้ด้วยความสนใจ

การมีกฎหมายรองรับคาสิโน ถือว่าเข้าทางผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แต่ในขณะเดียวกัน ก็สร้างความกังวลให้ชาวญี่ปุ่นในวงกว้าง โดยผลสำรวจของโทรทัศน์ NHK พบว่า มีผู้ไม่เห็นด้วยกับการเปิดคาสิโน 44% เห็นด้วยเพียง 12%

ที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากหวั่นเป็นแหล่งก่อให้เกิดอาชญากร การติดการพนัน และปัญหาสังคมอื่นๆเพิ่มขึ้น

ญี่ปุ่นผ่านกฎหมายเปิดคาสิโน

รัฐสภาญี่ปุ่นลงมติวันนี้อนุมัติกฎหมายอนุญาตให้เปิดคาสิโน ท่ามกลางเสียงทักท้วงจากหลายฝ่ายที่วิตกปัญหาสังคม เช่น คนติดพนันและอาชญากรรมจะเพิ่มสูงขึ้น
สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นลงมติเช้าวันนี้อนุมัติร่างกฎหมายอนุญาตให้เปิดคาสิโน เพียงหนึ่งวันหลังร่างกฎหมายผ่านมติเห็นชอบของวุฒิสภาร่างกฎหมายอนุญาตให้เปิดรีสอร์ทแบบครบวงจร

ที่มีทั้งโรงแรม ศูนย์การประชุมและคาสิโน โดยจะดำเนินการโดยเอกชนแต่อยู่ภายใต้การกำกับเข้มงวดจากภาครัฐ แต่คาดว่าจะยังไม่มีคาสิโนเปิดให้บริการได้จนกระทั่งหลังปี 2564รัฐบาล

คาดหวังว่าคาสิโนจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เพิ่มมากขึ้น แต่ฝ่ายคัดค้าน วิตกว่า คาสิโนจะกระตุ้นให้เกิดอาชญากรรม และการเสพติดการพนันมากขึ้น ผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบคำถาม 44% คัดค้านการเปิดคาสิโน และ 12% สนับสนุน ขณะที่อีก 34% ไม่แน่ใจ

มิตรภาพดีๆลืมได้ยาก! “เต้ ภูริต-บัวขาว” พี่น้องซี้ปึ๊กต่างวงการ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากพูดถึงชื่อของ “นักมวยไทยในยุคนี้” แฟนหมัดมวยในต่างแดน หรือแม้แต่แฟนชาวไทย จะต้องนึกถึงชื่อของ “ดำดอทคอม” บัวขาว บัญชาเมฆ กำปั้นขวัญใจมหาชน ที่เดินทางไปวาดลีลาแม่ไม้มวยไทยให้นานาชาติได้ประจักษ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประกาศศักดาให้ต่างชาติได้รับรู้ถึงศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทยของเรา

อย่างล่าสุด ในรายการคุนหลุนไฟต์ ที่ประเทศจีน เมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา บัวขาว บัญชาเมฆ ขึ้นสังเวียนก่อนเป็นฝ่ายเอาชนะ เทียน ซิน นักชกเจ้าถิ่นไปได้แบบเอกฉันท์ ขณะที่ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ ก็สามารถฝ่าดินหินก้าวขึ้นถึงตำแหน่งแชมป์มวยรอบได้แบบสมภาคภูมิ

ล่าสุด บัวขาว บัญชาเมฆ และ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ สองนักชกชาวไทย ที่เดินทางไปสร้างชื่อเสียงในการชกที่ประเทศจีน ในรายการคุนหลุนไฟต์ ได้เดินทางเข้าพบเพื่อขอบคุณและนำเข็มขัดแชมป์มามอบให้ “เต้” ภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด

ซึ่ง “บิ๊กเต้” ภูริต ภิรมย์ภักดี ถือเป็นบุคคลที่สนใจในเรื่องของแวดวงกีฬา ดังจะเห็นได้จากการที่เจ้าตัวทำกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแวดวงมอเตอร์สปอร์ต ที่ถึงขนาดลงแข่งขันเองมาแล้ว

ทั้งนี้เจ้าตัวชอบกีฬาแข่งรถมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะคุณพ่อเคยเป็นนักแข่งรถ โดยล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว เขาสามารถคว้าแชมป์ในรายการ จีทีเอเชีย 2016 ในรุ่นจีทีซี ในนามของ “สิงห์ แพลนบี มอเตอร์สปอร์ต”

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ “บิ๊กเต้” และ “บัวขาว” กลายมาเป็นคู่ซี้กันก็เพราะ นักธุรกิจหนุ่มวัย 39 ปี สนใจในเรื่องของแวดวงหมัดมวยเช่นกัน และเดินทางไปออกกำลังกาย ด้วยการซ้อมมวยที่ค่ายบัญชาเมฆ บ่อยครั้ง

แถมยังไปไหนไป กันตลอด ไม่ว่าจะเป็นงานช่วยเหลือผู้คนในต่างจังหวัด หรือ งานที่เป็นการเปิดตัวธุรกิจของบริษัท

ขณะที่ กำปั้นขวัญใจชาวไทย ก็ยอมรับแบบเปิดอกเลยว่า ให้ความเคารพยกย่อง “บิ๊กเต้” ประดุจพี่ชายคนหนึ่ง โดยเจ้าตัวเผย “พี่ชายคนนี้เป็นคนดี คอยให้คำแนะนำเสมอที่ผ่านมา มีเรื่องอะไรตนสามารถปรึกษาได้ทุกเรื่อง

ที่สำคัญคือพี่เขายังคอยเตือนสติตน ในวันที่ตนอาจกำลังทำอะไรที่ผิดพลาดไป”

เห็นแบบนี้บอกเลย มิตรภาพดีๆ ลืมได้ยากจริงๆ

ของจริงไม่ได้โม้! “น้องโบ๊ท” ท้าดวลเตะบอลในรายการ “ซูเปอร์ 10”

“น้องโบ๊ท” ภูวรักษ์ คำสิงห์ เจ้าหนูวัย 9 ปี ผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ที่สำคัญคือเป็นลูกชายแท้ๆของ สมรักษ์ คำสิงห์ นักมวยฮีโร่เหรียญทอง โอลิมปิก แอตแลนตา เกมส์ 1996

ความสามารถของ “น้องโบ๊ท” ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะถึงขนาดสามารถคัดตัวผ่านเข้าเป็นนักเตะในอคาเดมี่ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของประเทศไทย

แต่ด้วยปัญหาในเรื่องของความคิดถึงบ้าน ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจยกเลิกการเป็นเยาวชนของ “ทัพปราสาทสายฟ้า” ก่อนเดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด

ซึ่ง สมรักษ์ คำสิงห์ ผู้เป็นพ่อจึงได้ตัดสินใจสร้างทีมฟุตบอลเยาวชนขึ้นชื่อว่า “สมรักษ์ คำสิงห์ เอฟซี” โดยเป็นการจับมือร่วมกับนักเตะ ร.ร วัดบึงทองหลาง

โดยในรายการ “น้องโบ๊ท” โชว์เตะบอลให้เข้าเป้า ทำเอากรรมการ และกองเชียร์ในรายการ ซูเปอร์ 10 ของช่องเวิร์คพอยท์ อึ้งไปตามๆ กัน งานนี้จะแม่นขนาดไหน ไปชมกัน

สุดแกร่ง หญิงป่วยมะเร็งสมองไม่ท้อ-ขอส่งต่อความหวัง ในทุกก้าวของการวิ่งมาราธอน

6

ที่สุดของความแข็งแกร่ง หญิงป่วยมะเร็งสมอง ขอท้าทายตัวเองด้วยการร่วมวิ่งมาราธอน 7 วัน ใน 7 ทวีป ขอส่งต่อความหวังและกำลังใจ และระดมเงินทุนหนุนงานวิจัยโรคมะเร็ง

ในขณะที่ใครหลายคนสูญเสียกำลังใจ รู้สึกสิ้นหวังอาลัยในชีวิตเมื่อได้ทราบว่าตัวเองกำลังถูกโรคร้ายบั่นทอนร่างกายทีละน้อย แต่สำหรับ เบ็ธแอนน์ เทลฟอร์ด หญิงชาวอเมริกันวัย 47 ปี ซึ่งกำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งสมองอยู่นั้น เธอกลับขอลุกขึ้นมอบความหวังแก่ตัวเองและคนอื่น ๆ แทน

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2560 ภายหลังจากที่เบ็ธแอนน์ตัดสินใจที่จะขอเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ ด้วยการเข้าร่วมงานแข่งวิ่งมาราธอน 2017 World Marathon Challenge ขอเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน 33 ราย จาก 13 ประเทศทั่วโลก เพื่อออกพิชิตเส้นทาง 23,600 ไมล์ ใน 7 ทวีป กับระยะเวลา 7 วัน

เบ็ธแอนน์ เผยว่า เธอรู้ตัวว่าเป็นโรคมะเร็งสมองตั้งแต่ปี 2548 แม้ว่าเธอจะเคยทำเคมีบำบัดและผ่าตัดสมองมาหลายครั้ง แต่เซลล์มะเร็งในร่างกายของเธอก็ยังคงอยู่ และส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เธอไม่สามารถขับรถได้เพราะตาซ้ายมองไม่เห็น อีกทั้งโรคร้ายยังส่งผลกระทบต่อกระเพาะปัสสาวะของเธอ ทำให้เธอต้องผ่าตัดและมีถุงปัสสาวะเล็ก ๆ ซึ่งต้องคอยดูแลเป็นพิเศษและรักษาความสะอาดระหว่างการแข่งขันครั้งนี้

ทั้งนี้เบ็ธแอนน์ได้เริ่มวิ่งมาราธอนมาตั้งแต่ 15 ปีก่อน และภายหลังจากที่ป่วยเธอก็ยังคงวิ่งมาราธอนเพื่อระดมเงินทุนมาสนับสนุนงานวิจัยโรคมะเร็งในเด็ก และบริจาคเงินแก่องค์กรไม่แสวงหากำไรที่วิจัยเรื่องโรคมะเร็งสมองในสหรัฐฯ การลงทุนแก่เด็ก ๆ นับเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเธอ เพราะนับตั้งแต่ที่เธอรู้ตัวว่าไม่สามารถมีลูกได้ เธอก็ได้ช่วยรับเลี้ยงเด็ก ๆ จำนวนมาก รวมทั้งพยายามดูแลและมอบความหวังแก่ครอบครัวของเด็กผู้ป่วยมะเร็งอีกหลายร้อยคน

ระหว่างที่วิ่ง เธอมักจะนำภาพของเด็ก ๆ ติดไว้ที่เข็มขัด และสวมรองเท้าที่เด็ก ๆ เป็นผู้ตกแต่งให้ เพราะยามใดก็ตามที่มองลงไป เธอจะรู้ได้ว่าเด็ก ๆ อยู่กับเธอ และช่วยให้สามารถผ่านพ้นทุกอย่างไปได้ ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2548 เธอระดมเงินมาสนับสนุนงานวิจัยได้แล้วไม่ต่ำกว่า 835,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 29 ล้านบาท) แต่หวังว่าการวิ่งมาราธอนในครั้งนี้ จะทำให้ยอดเงินดังกล่าวทะลุหลักล้านได้

แม้เธอจะรู้ตัวดีว่าคงไม่ใช่คนแรกที่เข้าเส้นชัย แต่สำหรับเธอแล้ว การได้ร่วมวิ่งนั้นยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะ และนอกจากการระดมเงินแล้ว เธอยังต้องการให้เรื่องของเธอเป็นสื่อกระจาย “ความหวัง” อันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกคน ขณะที่แม้การวิ่งจะดูเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเธอในสายตาคนอื่น แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเธอคือเวลา คือการที่ต้องบอกพ่อแม่ว่าลูกสาวของเขาป่วยเป็นมะเร็งสมอง และไม่มีอะไรเทียบได้กับการผ่านพ้นการทำเคมีบำบัด การผ่าตัดสมอง และแม้แต่ความตาย เธอรู้ตัวว่าเธอสามารถทำมันได้ และมันก็เป็นเพียงอีกก้าวที่เธอนำคนอื่นไปเท่านั้น

สำหรับการแข่งขันมาราธอนในระยะเวลา 7 วัน กับเส้นทางใน 7 ทวีปของเบ็ธแอนน์ จะเริ่มขึ้นในวันที่ 23 มกราคมนี้ โดยเริ่มจาก Union Glacier ในทวีปแอนตาร์กติกา และจะวิ่งผ่านประเทศต่าง ๆ เช่น ชิลี สหรัฐฯ สเปน โมร็อกโก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย

คนนอนน้อยต้องรู้ ! แค่งีบหลับก็ช่วยให้ตื่น สดชื่นยิ่งกว่าดื่มกาแฟ

อาจเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าแค่ร่างกายได้งีบหลับเพียง 15-20 นาที จะช่วยให้อาการง่วงงุนอ่อนเพลียที่เป็นมาเกือบทั้งวันถูกแทนที่ด้วยความสดชื่นตื่นเต็มตาได้ แต่วิธีนี้ช่วยให้สดชื่นได้จริง !

บางครั้งการนอนหลับให้เต็มอิ่มยาวนาน 7-8 ชั่วโมงก็ยังทำให้เราตื่นมาพร้อมกับอาการไม่สดชื่นได้ ยิ่งในวันไหนที่นอนน้อยอาการมึนเบลอยิ่งเล่นงานเราหนักข้อจนเกือบเสียงานเสียการกันไปใหญ่ ซึ่งหากใครกำลังเผชิญกับพลังความอ่อนเพลียอันเนื่องมาจากการอดนอนหรือนอนไม่หลับ ลองงีบกันสักช่วงเวลาสั้น ๆ สิคะ แล้วร่างกายจะรู้สึกสดชื่นตื่นตัวมากขึ้น ทว่าหากใครยังสงสัยว่าแค่งีบหลับจะมีอานุภาพมากขนาดนั้นได้ยังไง เรามีคำตอบมาให้อ่านตรงนี้แล้ว

การงีบหลับในช่วงเวลาสั้น ๆ สามารถปลุกพลังในร่างกายให้เราได้มากกว่า 58% ทั้งนี้ Sara C. Mednick ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนและนักเขียนหนังสือ Take a Nap ! Change Your Life ให้ข้อมูลมาว่า เพียงการงีบหลับสัก 15-20 นาทีในแต่ละครั้ง ก็สามารถรีเซตระบบการทำงานของสมองและช่วยปลุกความตื่นตัวให้ร่างกายได้ทันทีที่ลืมตาตื่น ความง่วงงุนก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง อานุภาพรุนแรงกว่ากินคาเฟอีนเป็นไหน ๆ

ทั้งนี้เหตุผลที่การงีบหลับช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นเหมือนคนได้พักผ่อนเต็มอิ่มอย่างนั้นก็เพราะว่า ก่อนที่ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะอยากงีบหลับ ร่างกายเราจะรู้สึกเหมือนแบตจะหมด หรือเกิดความรู้สึกอ่อนล้าหนักมาก ดังนั้นการผล็อยหลับของเราที่แม้จะเกิดเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็สามารถทำให้ร่างกายหลับสนิทได้ทันทีเหมือนถอดปลั๊ก สมองได้ชัตดาวน์ตัวเองสักพักให้หายเหนื่อยล้า ไม่เหมือนที่เรานอนหลับยาว ๆ ตามปกติ ที่บางคนหัวถึงหมอนแล้วก็ยังนอนกระสับกระส่าย หรือรู้สึกหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืนซึ่งก็เท่ากับว่าร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การงีบหลับเพื่อปลุกความสดชื่นให้ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพควรอยู่ในช่วงเวลาระหว่าง 13.00-15.00 น. เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นาฬิกาชีวิตหรือวงจรการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ต้องการการพักผ่อน ร่างกายและสมองจะมีการตอบสนองช้าลง จึงเหมาะแก่การหลับลึกในช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นอย่างดี นอกจากนี้สภาพแวดล้อมที่เราจะงีบสักตื่นก็ควรเป็นที่มืด เงียบสงบ และมีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อช่วยให้เรางีบหลับได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อ้อ ! แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรงีบเพลินเกิน 30 นาทีต่อครั้งนะคะ เพราะหากเผลอหลับดิ่งลึกนานไปกว่านั้น อาจตื่นมาพร้อมกับอาการงัวเงียและมึนหัวเป็นที่สุดก็ได้

สื่อต่างชาติเผย! สาเหตุเครื่องบินขนนักเตะลีกแซมบ้าตก

เอบีซี ออนไลน์ สื่อดังประเทศออสเตรเลีย เผยสาเหตุเครื่องบินที่ขนบรรดาแข้ง ชาเปโคเอนเซ่ สโมสรดังในลีกสูงสุด แดนบราซิล ประสบอุบัติเหตุตกที่ประเทศโคลอมเบีย เป็นเพราะ น้ำมันหมดระหว่างกำลังบิน จนเป็นเหตุให้ระบบไฟฟ้าของเครื่องขัดข้องไปด้วย

ตามรายงานระบุว่า มีเทปบันทึกเสียงของนักบิน ซึ่งในเทปดังกล่าวนักบินได้ติดต่อกลับไปยังหอบังคับการบิน เพื่อขอนำเครื่องลงจอดหลายครั้งเนื่องจากเหตุขัดข้องด้านระบบไฟฟ้า และไม่มีน้ำมัน โดยตอนนั้นเครื่องบินลอยอยู่ที่ความสูง 9,000 ฟุต ก่อนที่เสียงจะขาดหายไป

ซึ่งสาเหตุจของการที่ไม่มีน้ำมัน ยังไม่มีการสรุปถึงเหตุดังกล่าว โดยสื่อคาดว่าอาจจะเป็นเพราะตัวถังน้ำมันอาจมีการรั่วไหล หรือไม่ก็เป็นเพราะนักบินเจตนาปล่อยน้ำมันทิ้ง เพื่อเตรียมร่อนลงจอดเป็นกรณีฉุกเฉิน

โดยเครื่องบินลำดังกล่าวมีผู้โดยสารทั้งสิ้น 72 คน และลูกเรือ 9 คน เดินทางมาจาก ประเทศโบลิเวีย ก่อนประสบเหตุตกบริเวณพื้นที่แนวเขานอกเมืองเมเดยิน ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ และนักเตะจาก สโมสรฟุตบอลชาเปโคเอนเซ่ ของบราซิล โดยมีเป้าหมายที่ท่าอากาศยานนานาชาติ โฆเซ่ มาเรีย กอร์โดบา ประเทศโคลอมเบีย

เนื่องจากมีโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลโคปา ซูดาอเมริกาน่า รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก กับ แอตเลติโก นาซิอองนาล แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไปไม่ถึงที่หมาย จากเเหตุเครื่องบินประสบอุบัติเหตุชนกับแนวเขานอกเมืองเมเดยิน ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 76 คน และมีผู้รอดชีวิต 5 คน โดย อลัน รุสเชล และ แจ็คสัน โฟลมันน์ คือ 2 นักฟุตบอลชาเปโคเอนเซ่ ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้